เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2569 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ  ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เปิดเผยว่า กรณีที่มีการถอนตัวและเปลี่ยนแปลงผู้สมัครแทน ในเขตเลือกตั้งที่ 33 ของ กทม. นั้น ตนได้ติดตามศึกษาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ที่เกี่ยวข้อง แล้ว เห็นว่า ตนในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผู้สมัคร ตามความใน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 มาตรา 51 ควรยื่นขอให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบเพื่อวินิจฉัยว่ากรณีการสมัคร สส.ของนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่มาแทนนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ นั้น ชอบหรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า กรณีดังกล่าว เป็นการที่ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 33 คนเดิมผ่านการจับได้เบอร์ 11 แล้ว เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 68 และมีการเผยแพร่ทางสื่อต่าง ๆ แล้ว ต่อมามีข่าวการลาออกวันที่ 29 ธ.ค. 68 และมีการสรรหาตัวแทนมาสมัครใหม่ในวันที่ 30 ธ.ค. 68 คือนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ตามข่าวที่ทราบโดยทั่วไป

นายเรืองไกร กล่าวว่า หลังจากติดตามข่าวที่มีผู้ไปร้อง และมีการโต้แย้งทางสื่อออนไลน์ ก็หาทำให้เกิดข้อยุติไม่ เมื่อไปตรวจสอบจากเว็บไซต์ กกต. ก็ไม่พบคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาศาลในกรณีที่คล้ายกันแต่อย่างใด กรณีจึงยังหาข้อยุติเพื่อเป็นบรรทัดฐานไม่ได้ ดังนั้น จึงมีเหตุอันควรใช้สิทธิตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 มาตรา 51 เพื่อเสนอคำร้องให้ กกต. เป็นผู้วินิจฉัยต่อไป 

นายเรืองไกร  กล่าวสรุปว่า ดังนั้นในวันจันทร์ที่ 5 ม.ค. 69 ประมาณเวลา 10.00 น. ตนจะไปยื่นหนังสือด้วยตนเองเพื่อขอให้ กกต. ตรวจสอบการลาออกของนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ซึ่งตามภาพข่าวไม่มีการลงลายมือชื่อและเลขที่รับนั้นเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่ และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง แทนนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ พรรคประชาชน เขต 33 เบอร์ 11 ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 มาตรา 50 ประกอบมาตรา 46 หรือไม่ และการส่งนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นั้น ได้มีการดำเนินการครบถ้วนตามขั้นตอนใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 (รวมที่แก้ไขเพิ่มเติม) มาตรา 50 ประกอบข้อบังคับพรรค ข้อ 95 หรือไม่ อีกทั้ง การใช้หมายเลขเดิมตามระเบียบ กกต.ข้อ 99 วรรคสาม จะมีปัญหาความชอบด้วย พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 มาตรา 48 วรรคสาม ประกอบระเบียบ กกต. ข้อ 99 วรรคสอง หรือไม่.