สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) จัดการประชุมวาระฉุกเฉิน เกี่ยวกับวิกฤติการณ์ระหว่างสหรัฐกับเวเนซุเอลา ตามคำร้องขอของโคลอมเบียและเวเนซุเอลา

ทั้งนี้ นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) มีแถลงการณ์เปิดการประชุม เรียกร้อง “การเคารพในหลักการแห่งอธิปไตย เอกราชทางการเมือง และบูรณภาพแห่งดินแดนของรัฐ” ขณะเดียวกัน “ยูเอ็นมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับสถานการณ์ในเวเนซุเอลา ที่ทวีความไม่มั่นคงอย่างรุนแรง ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภูมิภาค และบรรทัดฐานที่อาจเกิดขึ้นต่อวิธีการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐ”


ด้านผู้แทนการทูตของจีนและรัสเซียประณามสหรัฐอย่างหนัก แต่นายไมค์ วอลต์ซ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น กล่าวว่า ปฏิบัติการของหน่วยรบพิเศษสหรัฐ ซึ่งจู่โจมกรุงการากัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ถือเป็น “ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายอย่างเจาะจงและมีเป้าหมาย ต่อบุคคลซึ่งหลบหนีกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐ” นั่นคือนายนิโคลัส มาดูโร และนางซิเลีย ฟลอเรส โดยไม่เรียกทั้งคู่ว่า ประธานาธิบดีและสตรีหมายเลขหนึ่งของเวเนซุเอลา


ขณะเดียวกัน วอลต์ซยืนยันว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ “ไม่ใช่การทำสงคราม” กับเวเนซุเอลา และสหรัฐ “ไม่ได้ต้องการยึดครอง” เวเนซุเอลา แต่ต้องการช่วยเหลือประชาชนในเวเนซุเอลา ให้พ้นจากการปกครองที่โหดร้ายของระบอบมาดูโร

ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ “ไม่สามารถปล่อยให้แหล่งพลังงานขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ภายใต้การควบคุมโดยศัตรูของสหรัฐได้อีกต่อไป” หมายถึงแหล่งน้ำมันดิบสำรองราว 303,000 ล้านบาร์เรล ในเวเนซุเอลา ซึ่งมีปริมาณมากที่สุดในโลก.

เครดิตภาพ : AFP