นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ออกกฎระเบียบว่าด้วยการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวสาลีสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ สำหรับปี 69 รวม 4 ฉบับ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 1 ม.ค.69 โดยเน้นควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผา เพื่อป้องกันสุขภาพประชาชน โดยกติกาใหม่ ได้กำหนดการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดการเผาเป็นการเฉพาะ ซึ่งนับเป็นกฎหมายใหม่ที่เพิ่มเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่นำเข้ามา ต้องมาจากแหล่งผลิตหรือการทำการเกษตรที่ไม่ใช้วิธีการเผา เพื่อลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นละออง พีเอ็ม 2.5 ข้ามแดน และยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรให้สอดรับกับแนวโน้มการค้าโลก โดยผู้นำเข้าต้องจัดเตรียมเอกสาร ข้อมูลแหล่งผลิต และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงว่าสินค้าที่นำเข้าเป็นไปตามเงื่อนไข ปลอดการเผาที่กฎหมายกำหนดอย่างชัดเจน แต่ในช่วงแรกอนุโลมให้ผู้นำเข้าใช้หนังสือรับรองตนเองตามแบบฟอร์มที่กำหนดได้ก่อน
นอกจากนี้ กรมฯ ได้กำหนดกฎระเบียบ 2 ฉบับ สำหรับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก และกรอบอาเซียน ได้แก่ 1.ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การนำข้าวโพดที่ใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์เข้ามาในราชอาณาจักรตามความตกลงภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน สำหรับปี 69 และ 2.ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตร ภายใต้องค์การการค้าโลก สำหรับสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 69
“ปี 69 กำหนดให้สามารถนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศสมาชิกอาเซียนได้ไม่จำกัด ในอัตราภาษี 0% แต่ให้เวลานำเข้าเหลือ 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.–30 มิ.ย. 69 เพื่อไม่ให้กระทบต่อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทย ขณะเดียวกันได้ปรับการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีตามพันธกรณีภายใต้ดับเบิลยูทีโอ ปี 69 จากเดิมให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) นำเข้าปริมาณ 54,700 ตันต่อปี เป็น ให้ทั้ง อคส. และผู้นำเข้าทั่วไป นำเข้าได้ 1 ล้านตันต่อปี ส่วนระเบียบฉบับที่ 4 การนำเข้าข้าวสาลีเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ กรมฯ ได้ออกระเบียบว่าด้วยการขออนุญาตตามแนวทางเดียวกับปีที่ผ่านมา เพื่อให้มีวัตถุดิบเพียงพอต่อการผลิตอาหารสัตว์



