มะขามเทศ เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ลำต้นมีหนาม ใบบางและเป็นใบประกอบแบบนิ้วมือ ดอกช่อ ขนาดเล็ก สีขาว เห็นเกสรตัวผู้เป็นพู่ชัดเจน ผลเป็นฝักโค้งเป็นปล้อง ๆ ฝักอ่อนสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีชมพูหรือแดง เนื้อในเป็นสีชมพูหรือสีขาว รสหวานหรือหวานอมฝาด ถ้าทิ้งไว้นาน เนื้อจะนุ่ม รสหวานจัดขึ้น แต่ถ้านานเกินไปจะมีกลิ่นเหล้าออกมา เมล็ดสีดำ มีปล้องละ 1 เมล็ด

มะขามเทศมีประโยชน์หลากหลาย เปลือก นำมาต้มน้ำแล้วอมแก้ปากเปื่อย แผลในปาก แก้ปวดฟัน ดื่มแก้ท้องเสีย แก้ท้องร่วง แก้อาเจียน หรือใช้ล้างแผล เปลือกต้มกับน้ำรวมกับเปลือกข่อยและเกลือแกง แล้วนำมาอมแก้ปวดฟัน ราก แก้ท้องร่วง กระชับโลหิต และน้ำเหลือง เนื้อหรือผล ช่วยบำรุงผิวพรรณ เล็บ เส้นผม ช่วยซ่อมแซมเซลล์ร่างกาย ลดระดับคอเลสเตอรอล ลดน้ำตาลในเลือด ปัองกันการอ่อนเพลียร่างกาย นอกจากนี้ยังใช้ฝักแก่จัดนำมาโขลกพอกหน้า ดอกและใบอ่อน ใช้ทำยาย้อมผมหรือยาสระผม เป็นยาย้อมผ้า แห อวน เมล็ดแก่ นำมาคั่วกระเทาะเปลือก กินเป็นยาถ่ายพยาธิในท้องเด็ก

นอกจากนี้ยังมีวิตามินและแร่ธาตุสูง (A, C, E, B, แคลเซียม, เหล็ก) ช่วยเรื่องผิวพรรณ บำรุงสายตา เสริมกระดูก ป้องกันโลหิตจาง และมีเส้นใยสูงดีต่อการขับถ่าย ช่วยลดการอักเสบ ลดอาการปวดข้อ. และมีวิตามินซี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 6 ไฟเบอร์ คาร์โบไฮเดรต ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระมากมาย เช่น ซาโปนิน แทนนิน ฟลาโวนอยด์ สารประกอบฟีนอล ที่ช่วยขับอนุมูลอิสระออกจากเซลล์ร่างกาย ทั้งยังช่วยป้องกันหรือลดความเสียหายที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ต้านอนุมูลอิสระ ต้านเนื้องอก ต้านไวรัส

แม้มะขามเทศจะมีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน แต่ควรบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นพืชสมุนไพรที่มีสารพฤษเคมีที่ให้รสฝาด หากบริโภคมากเกินไปอาจทำให้ท้องอืดได้