เนื้อหมีที่ย่างบนแผ่นหิน หรือต้มในหม้อไฟพร้อมกับผัก มาจากหมีที่ถูกกำจัด เพื่อลดการโจมตีที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากเป็นประวัติการณ์ถึง 13 ราย เฉพาะในปี 2568

ร้านอาหารของซูซูกิ ในเมืองจิจิบุ ใกล้กับกรุงโตเกียว เสิร์ฟเนื้อกวางและเนื้อหมูป่า แต่เนื้อหมีกลับได้รับความนิยมอย่างมาก หลังมีรายงานข่าวเกี่ยวกับหมีบุกเข้าไปในบ้านเรือน เดินอยู่ใกล้กับโรงเรียน และอาละวาดในซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นเวลานานหลายเดือน

เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับหมีเพิ่มขึ้น จำนวนลูกค้าที่อยากรับประทานเนื้อหมีก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน และเพื่อเป็นการเคารพต่อชีวิตของหมี การนำเนื้อมาใช้ในร้านอาหารแบบนี้ จึงดีกว่าการนำพวกมันไปฝัง ซูซูกิ เจ้าของร้านอาหาร และนักล่าสัตว์ วัย 71 ปี กล่าว

ด้านนายทาคาอากิ คิมูระ นักแต่งเพลง วัย 28 ปี เป็นหนึ่งในลูกค้าที่ลองรับประทานเนื้อหมีเป็นครั้งแรก โดยเขาอธิบายว่า เนื้อหมีมีความชุ่มฉ่ำมาก และยิ่งเคี้ยวยิ่งอร่อย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่รัฐของญี่ปุ่น หวังที่จะยับยั้งภัยคุกคามในหลายพื้นที่ทางตอนเหนือของประเทศ ด้วยการกำจัดหมี และรัฐบาลญี่ปุ่นก็เร่งดำเนินการตอบสนองโดยส่งกำลังทหารให้ความช่วยเหลือด้านโลจิสติกส์ ในการดักจับและล่าหมี

ขณะที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนกล่าวว่า วิกฤติครั้งนี้เป็นผลมาจากจำนวนประชากรหมีที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับประชากรมนุษย์ที่ลดลง และผลผลิตลูกโอ๊กที่ตกต่ำเพราะวิกฤติความเปลี่ยน แปลงของสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้หมีต้องออกหาอาหารในพื้นที่อื่น

แม้เนื้อหมีไม่ใช่อาหารที่รับประทานกันทั่วไป แต่มันถูกบริโภคในหมู่บ้านบนภูเขาหลายแห่งทั่วญี่ปุ่นมานานแล้ว ซึ่งรัฐบาลโตเกียวคาดหวังว่า เนื้อหมีจะกลายเป็นแหล่งรายได้ของชุมชนในพื้นที่ชนบท

This picture taken on December 12, 2025 shows people eating next to a bear skin rug at a restaurant which offers bear meat in Chichibu, Saitama prefecture. Since Japan recorded a spike in deadly bear attacks, Koji Suzuki has struggled to keep up with booming demand for grilled cuts of the animal at his restaurant. Cooked on a stone slate — or in hot pot with vegetables — the meat comes from bears culled to curb maulings that have killed a record 13 people this year. (Photo by Yuichi YAMAZAKI / AFP) / TO GO WITH ‘JAPAN-ENVIRONMENT-BEAR-FOOD’ BY KYOKO HASEGAWA AND HIROSHI HIYAMA IN SAPPORO

ข้อมูลอย่างเป็นทางการจากกระทรวงเกษตรญี่ปุ่นระบุว่า สิ่งสำคัญคือ การทำให้สัตว์ป่าที่สร้างความเดือดร้อน กลายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ โดยหน่วยงานท้องถิ่นจะได้รับเงินสนับสนุน 118 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,662 ล้านบาท) เพื่อควบคุมประชากรหมี และส่งเสริมการบริโภคอย่างยั่งยืน

อนึ่ง ประชากรหมีสีน้ำตาล ซึ่งพบได้ในจังหวัดฮอกไกโดเท่านั้น เพิ่มขึ้นสองเท่าในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เป็นมากกว่า 11,500 ตัวในปี 2566 ส่วนหมีดำญี่ปุ่น พบได้ทั่วไปในหลายพื้นที่ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม การกำจัดหมีทำให้เนื้อหมีปริมาณมาก ยังคงถูกทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะญี่ปุ่นขาดแคลนโรงงานแปรรูปที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล

อันที่จริง ญี่ปุ่นมีโรงงานแปรรูปสัตว์ป่ามากถึง 826 แห่งทั่วประเทศ แต่ในจังหวัดภาคเหนือ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการโจมตีของหมีมากที่สุด กลับมีโรงงานเพียงไม่กี่แห่ง.