เมื่อวันที่ 21 ม.ค. นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการปราศรัยหาเสียงของนายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ที่ปราศรัยถึงการจัดตั้งรัฐบาลเมื่อปี 2566 พรรคก้าวไกล ได้ 14.4 ล้านเสียง แต่ถูกสกัดขัดขวาง ว่า ประชาชนให้โอกาสไปแล้ว แต่นายปิยบุตรล้มเหลวที่จะตั้งรัฐบาลเอง และเมื่อได้โอกาสเป็นรัฐบาลอีกครั้ง แทนที่เข้าไปทำนโยบายของตัวเองให้สำเร็จ แต่กลับเอา 14 ล้านเสียง ที่ประชาชนมอบโอกาสให้ไปพินอบพิเทาให้พรรคเทาที่เป็นตัวแทนฝ่ายอนุรักษนิยมทางอ้อม ที่เขาไม่ได้ต้องการความเจริญที่นายปิยบุตรเคยด่าไว้ จึงไม่ทราบว่าสมองมีปัญหาเรื่องความจำหรือไม่
ส่วนที่นายปิยบุตร ปราศรัยตั้งคำถามในลักษณะพรรคการเมืองที่เคยเป็นรัฐบาล ไม่ได้แก้ปัญหาใดๆ ตามที่หาเสียงไว้นั้น นายรัศม์ กล่าวว่า รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่เป็นรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ได้พัฒนาประเทศชาติให้รุ่งเรือง ยกระดับชีวิต และสวัสดิการประชาชนไทยได้จริงอย่างไม่มีใครทำได้มาก่อน ผ่านโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค และกองทุนหมู่บ้าน
นายรัศม์ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยทำให้เศรษฐกิจประเทศเข็มแข็ง แต่ก็โดนขัดขวางกลั่นแกล้งจากฝ่ายอนุรักษนิยม ที่ไม่อยากให้ประเทศเจริญ จึงทำรัฐประหาร และต่อมารัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะเริ่มทำโครงการบริหารจัดการน้ำ เพื่อไม่ให้เผชิญอุทกภัยรุนแรง และใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และจะทำเครือข่ายรถไฟยกระดับโครงสร้างการคมนาคมเพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวกระโดด ก็ถูกขัดขวางอีก ไม่เช่นนั้น ประเทศคงพัฒนาไปถึงไหนแล้ว คงไม่ต้องเผชิญโศกนาฏกรรมน่าเศร้าจากภัยน้ำท่วม และรถไฟที่ถูกเครนทับจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างทุกวันนี้



