กรณีเมื่อวันที่ 14 ม.ค.69 ได้เกิดเหตุเครนยกสะพานรถไฟความเร็วสูง ถล่มทับขบวนรถไฟโดยสารจากกรุงเทพมหานครมุ่งหน้าจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเหตุให้ขบวนรถไฟตกรางและมีเพลิงลุกไหม้บริเวณทางรถไฟบ้านถนนคต ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

ยืนยันผู้เสียชีวิต 30 ราย เหตุเครนถล่มทับรถไฟ ยังมีชิ้นส่วนรอพิสูจน์ DNA เพื่อชี้ชัด!

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก และตระหนักถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายในเบื้องต้น จึงมอบหมายให้ สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา ประสานความร่วมมือกับสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา เร่งให้การช่วยเหลือ โดยเมื่อวันที่ 22 ม.ค.69 สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา ได้จัดประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ครั้งที่ 1/2569

โดยมี นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานการประชุม และนายอุทัย ชาญ ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ พร้อมด้วยอนุกรรมการจากส่วนราชการ ร่วมการประชุมพิจารณาให้ความช่วยเหลือค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559)

ทั้งนี้ ที่ประชุมพิจารณาคำขอกรณีผู้เสียหายจากเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 30 ราย โดยมีมติอนุมัติให้จ่าย จำนวน 29 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,800,000 บาท และมีมติให้ชะลอ จำนวน 1 ราย (คนงานบังคับเครน) เพื่อรอผลการสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือไม่

“เราพร้อมยืนเคียงข้างผู้บริสุทธิ์ และจะไม่หยุดช่วยเหลือเพื่อความยุติธรรม ทั้งนี้ ท่านสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ที่ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ และสำนักงานยุติธรรมจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ สายด่วนยุติธรรม โทร. 1111 กด 77 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง.“ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กล่าวปิดท้าย.