สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่า ราคาซื้อขายทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้นไปถึง 5,575 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ราว 173,569.26 บาท) ในช่วงหนึ่งของการซื้อขายเมื่อวันพุธ นับเป็นสถิติสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่
ทั้งนี้ ราคาซื้อขายทองคำในตลาดโลกเพิ่งพุ่งผ่านหลัก 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ราว 155,667.50 บาท) เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา ท่ามกลางปัจจัยรุมเร้าทั้งค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนลง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น
ราคาทองคำพุ่งแรงอย่างต่อเนื่อง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แสดงท่าที “ไม่กังวล” ต่อการที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงต่ำสุดในรอบ 4 ปีครึ่ง เมื่อเทียบกับเงินยูโร โดยกล่าวว่า ความอ่อนแอของค่าเงินเป็นเรื่องที่ “ยอมรับได้” แม้ยังคงขู่ใช้มาตรการภาษีศุลกากรกับนานาประเทศ และวิจารณ์ความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อย่างต่อเนื่อง
#MCPersonalFinance | Gold price on January 29: Zooms past $5,500 mark for the first time as Fed leaves rates unchanged
— Moneycontrol (@moneycontrolcom) January 29, 2026
Details by @Dipen_Journals ⤵️| #Gold https://t.co/ApWgAexgFu
ด้านเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามคาด โดยระบุว่า เศรษฐกิจยังคงยืดหยุ่นและตลาดแรงงานเริ่มมีเสถียรภาพ แต่ยังคงกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง แต่นักลงทุนคาดหวังว่า จะมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อราคาทองคำ
ขณะเดียวกัน ราคาทองคำได้รับแรงหนุนอย่างมากจากสถานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านกลับมารุนแรงอีก และทรัมป์ขู่ใช้มาตรการทางทหารกับอิหร่าน
นอกจากนี้ นักลงทุนกังวลเรื่องวินัยการคลังของสหรัฐ ทำให้เกิดการถอยออกห่างจากพันธบัตรและสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แล้วหันมาถือทองคำแทน ส่วนธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง กอปรกับมีเงินไหลเข้ากองทุนรวมทองคำอย่างสม่ำเสมอ.
เครดิตภาพ : AFP



