เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 ม.ค. ที่ จ.พะเยา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ จ.พะเยา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคกล้าธรรม มองว่าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสสามารถเจาะพื้นที่นี้ได้หรือไม่ ว่า มีโอกาสสูงมาก เนื่องจากนโยบายที่ส่งมอบลงไป รวมถึงการที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ ได้รับเสียงตอบรับดีมาก เรียกได้ว่าดีเกินคาด สิ่งนี้ทำให้มั่นใจและผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยก็มั่นใจ นอกจากนี้ บนเวทีปราศรัยทุกคนก็สามารถสื่อสารนโยบายของเราออกไปได้ ฉะนั้นเรามีความมั่นใจขึ้นมาก และมั่นใจว่า จะสามารถได้รับความไว้วางใจทั้ง 3 เขต 

เมื่อถามว่า มองว่านโยบายพรรคเพื่อไทยสามารถชนะใจคน และได้รับความไว้วางใจจากทั้ง 3 เขตได้อย่างไร เนื่องจากเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน กำนัน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คือฐานของพรรคกล้าธรรมทั้งหมด มองว่าเป็นการใช้อำนาจรัฐหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ไม่มีใครมีฐาน เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก สิ่งสำคัญที่สุด ฐานคือพี่น้องประชาชน วันนี้เราสื่อสารโดยตรงกับพี่น้องประชาชน ไม่จำเป็นต้องเป็นฐานของพรรคใด 

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า สิ่งนี้ทำให้เรามีความมั่นใจว่านโยบายที่เราส่งมอบไปคือการปราบปรามยาเสพติด การปราบปรามสแกมเมอร์ พนันออนไลน์ต่างๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ขานรับจากพี่น้องประชาชนว่าวันนี้เรามีภัยคุกคามหลายด้าน เราต้องการพรรคที่มีประสบการณ์ในการทำเรื่องนี้มาก่อน ซึ่งพ่อแม่พี่น้องให้ความมั่นใจพรรคเพื่อไทย ส่วนบุคคลที่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุถึง ล้วนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐนั้น เราจะดูแลเป็นพิเศษ จะพยายามเฝ้าระวังในเรื่องนี้ เรามีทีมของพรรคที่จะดูแลเรื่องนี้ เพื่อทำให้การเลือกตั้งในครั้งนี้เป็นไปอย่างโปร่งใส 

เมื่อถามว่า จะมีการร้องไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือให้ทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทยเข้ามาดูหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ตอนนี้มีทีมงานของพรรคดูอยู่ หากมีสิ่งที่ไม่เหมาะสม ก็จะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายต่อไป 

เมื่อถามว่า ช่วงโค้งสุดท้ายหลายพรรคการเมืองเริ่มสาดโคลนกัน แต่ไม่พูดถึงเรื่องนโยบาย ซึ่งการที่พรรคเพื่อไทยมุ่งพูดเรื่องนโยบาย มองว่าจะสามารถชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ได้หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ประชาชนดูออกว่าการปราศรัย การหาเสียง คือการส่งมอบนโยบาย นี่คือสิ่งที่เรายึดถือมาโดยตลอด ทุกครั้งที่ประชาชนเข้ามาเขาก็อยากฟังว่าเขาจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแบบใดบ้าง ฉะนั้น ตนจึงจะพยายามที่จะสื่อสารเรื่องนโยบายไปในแต่ละพื้นที่ และรายอำเภอว่าพรรคการเมืองหนึ่งจะส่งมอบนโยบายใดบ้าง ซึ่งอยากให้ทุกพรรคยึดโยงในเรื่องนี้

เมื่อถามถึง กรณีการปราศรัยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ยังคงเน้นเรื่องชาตินิยมและมีการหยิบยกกรณีอังเคิล มาพูดถึงด้วยนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า ตนคิดว่าประชาชนจะเข้าใจถึงการปราศรัยของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแต่ละคน 

เมื่อถามย้ำว่า มองว่าการปราศรัยของนายอนุทินในลักษณะดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของประชาชนหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ประชาชนจะเข้าใจ