สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปานามาซิตี ประเทศปานามา เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ว่า บริษัท ปานามา พอร์ตส์ คอมพานี (พีพีซี) ในเครือของซีเค ฮัทชิสัน บริษัทข้ามชาติด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของฮ่องกง ออกแถลงการณ์ว่า มีการเริ่มขั้นตอนตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เพื่อตอบโต้ที่รัฐบาลปานามาจัดทำแคมเปญโจมตีพีพีซี และสัญญาเดินเรืออย่างจำเพาะเจาะจง จนนำไปสู่ความเสียหายที่รุนแรง


ก่อนหน้านี้ พีพีซี บริหารจัดการท่าเรือขนาดใหญ่สองแห่งของปานามา คือท่าเรือคริสโตบัล ตั้งอยู่ริมชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก และท่าเรือบัลโบอาตั้งอยู่ริมชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2540 และเพิ่งได้รับการต่อสัญญาอีก 25 ปีเมื่อปี 2564


อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาของปานามามีคำสั่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ให้สัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ เนื่องจากสัญญาดังกล่าว “ขัดต่อรัฐธรรมนูญ” และมีลักษณะ “ลำเอียงให้ผลประโยชน์แก่บริษัทอย่างไม่สมเหตุสมผล” จนทำให้รัฐต้องเสียประโยชน์

หลังจากนั้น รัฐบาลปานามาแต่งตั้งให้บริษัทเมอร์สก์ของเดนมาร์ก เข้ามาบริหารจัดการท่าเรือ “เป็นการชั่วคราว” จนกว่าจะมีการประมูลสัมปทานใหม่


อนึ่ง คำตัดสินของศาลสูงสุดปานามา มีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ข่มขู่อย่างต่อเนื่องว่า รัฐบาลวอชิงตัน “จะทวงคืน” คลองปานามา โดยอ้างว่า ปัจจุบันคลองปานามาถูกควบคุมโดยจีนอย่างเบ็ดเสร็จ


ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแสดงความยินดีกับคำพิพากษาของศาล ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนประกาศว่า จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นเพื่อ “ปกป้องสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมาย” ของบริษัทจีน


ทั้งนี้ คลองปานามาถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งรองรับเรือบรรทุกสินค้าจากสหรัฐ เป็นสัดส่วนสูงถึง 40% และคิดเป็น 5% ของการค้าโลก ส่วนการขอยกเลิกสัญญาของพีพีซีเริ่มต้นขึ้นเมื่อปีที่แล้ว โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินของปานามา ซึ่งกล่าวว่า ซีเค ฮัทชิสันค้างชำระเงินแก่รัฐบาลปานามาสูงถึง 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 37,889.40 ล้านบาท)


ด้านพีพีซีซึ่งเป็นบริษัทในเครือยืนยันว่า ตนเป็นผู้ให้บริการท่าเรือเพียงรายเดียวที่มีรัฐบาลปานามาเป็นผู้ถือหุ้นร่วม และชำระเงินให้แก่รัฐไปแล้ว 59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,862.90 ล้านบาท) ภายในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา.

เครดิตภาพ : REUTERS