สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวีรกรรมของหนุ่มน้อยวัย 13 ปีจากออสเตรเลียที่เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยครอบครัวของเขาซึ่งตกค้างอยู่กลางทะเล
วานนี้ (3 ก.พ. 2569) เด็กชายวัย 13 ปีคนหนึ่งได้ย้อนเล่าเหตุการณ์ที่เขาว่ายน้ำนานถึง 4 ชั่วโมง ฝ่ากระแสน้ำที่ปั่นป่วนนอกชายฝั่งตะวันตกของออสเตรเลียเป็นระยะทาง 4 กม. เพื่อไปตามคนมาช่วยครอบครัวซึ่งติดอยู่กลางทะเล เป็นการกระทำที่หน่วยกู้ภัยยกย่องว่าเป็นความกล้าหาญระดับ “เหนือมนุษย์”
บ่ายวันศุกร์ที่แล้ว ออสติน แอปเพลบี ออกไปพายเรือคายัคและแพดเดิลบอร์ดกับครอบครัว แต่ในไม่ช้า ทะเลก็เริ่มมีคลื่นลูกใหญ่ก่อตัวขึ้นจนทำให้บอร์ดพลิกคว่ำ น้ำไหลเข้าเต็มเรือคายัค ในขณะที่พวกเขาถูกกระแสน้ำลากออกไปไกลในมหาสมุทร
“ผมกลัวมากครับ” หนุ่มน้อยบอกผู้สื่อข่าว “ในหัวผมแค่คิดว่าผมต้องรอด แต่ผมก็คิดถึงเพื่อนๆ ที่โรงเรียน และเพื่อนๆ ที่คริสตจักรเยาวชนด้วย ผมบอกตัวเองว่า ‘เอาล่ะ ไม่ใช่วันนี้ๆๆ ฉันต้องไปต่อ'”

เด็กชายเล่าว่าเขาเริ่มมุ่งหน้าเข้าหาฝั่งโดยสวมเพียงเสื้อชูชีพ แต่ภายหลังได้ถอดมันทิ้งไปเพื่อให้สามารถว่ายน้ำได้อย่างคล่องตัวโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง “ผมเหนื่อยจนหอบ แต่ผมกลับไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังล้าแค่ไหน”
เขาบอกว่าพยายามนึกถึงเรื่องที่มีความสุข โดยมีช่วงหนึ่งที่เขาร้องเพลงธีมการ์ตูน “Thomas the Tank Engine” ไปด้วย “ตอนนั้นคลื่นมันใหญ่มาก และผมก็ไม่ได้สวมเสื้อชูชีพแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นผมก็แค่ว่ายต่อไป ผมว่ายทั้งท่ากบ ท่าฟรีสไตล์ และท่ากรรเชียงเพื่อเอาตัวรอด”
เมื่อถึงชายหาด เด็กชายเล่าว่าเขาได้โทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ภัยฉุกเฉิน และขอให้พวกเขาส่งเรือ เฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินออกไปค้นหา โดยบอกเจ้าหน้าที่ว่า “ครอบครัวของผมติดอยู่กลางทะเล”

พอล เบรสแลนด์ อาสาสมัครกู้ภัยทางน้ำ กล่าวว่า การว่ายน้ำ 4 ชั่วโมงของเด็กชายคนนี้ช่วยชีวิตครอบครัวของเขาไว้ได้ ซึ่งในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็พบครอบครัวของออสตินกำลังเกาะแพดเดิลบอร์ดอยู่กลางมหาสมุทร นอกชายฝั่งเมืองควินดาลัป พร้อมอธิบายว่าความพยายามของหนุ่มน้อยคนนี้คือสิ่งที่ “เหนือมนุษย์”
โจแอน แม่ของเด็กชาย คือผู้ประคองชีวิตสมาชิกครอบครัวให้อยู่รอดตลอดหลายชั่วโมงกลางทะเล ซึ่ง ได้แก่ โบ ลูกชายวัย 12 ปี และ เกรซ ลูกสาววัย 8 ปี
“ตอนแรก ทะเลดูเงียบสงบและสวยมากค่ะ” ผู้เป็นแม่บอกกับนักข่าว “หนึ่งในการตัดสินใจที่ยากที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมา คือการบอกออสตินว่า ‘ลูกพยายามว่ายเข้าฝั่งเพื่อไปตามคนมาช่วยนะ สภาพนี้อาจจะกลายเป็นเรื่องร้ายแรงได้ไวมาก’
“พอพระอาทิตย์ตกดิน ฉันคิดในใจว่า ‘ต้องมีบางอย่างผิดพลาดอย่างร้ายแรงแน่ๆ’ และความกลัวของฉันก็คือ ออสตินอาจจะไปไม่ถึงฝั่ง” เธอกล่าว “ทุกอย่างมันประดังประเดเข้ามาในหัวไปหมด”
ขณะนี้ออสตินกับแม่และน้องชาย น้องสาวของผ่านการตรวจร่างกายจากทีมแพทย์แล้ว และไม่จำเป็นต้องพักฟื้นในโรงพยาบาล
เครดิตภาพ : AFP



