เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการปรับการบริหารค่าผู้ป่วยใน (IP) หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) สำหรับ รพ. สังกัดกระทรวงสาธารณสุขในปี 2569 ว่า เป็นการจัดสรรการเงินจากการหารือร่วมกับ สปสช. ในเรื่องการจัดสรรการเงินปี 2569 โดยเอาผลงานปี 2568 เป็นตัวกำหนดค่าผู้ป่วยในให้เพียงพอ ซึ่งตัวเลขที่เหมาะสม คือ 12,000-13,000 บาท/AdjRW (การปรับค่าน้ำหนักสัมพัทธ์กลุ่มวินิจฉัยโรคร่วมด้วยเกณฑ์วันนอน) แต่ภายใต้งบที่มาแล้วของปี 2569 อยู่ที่ตัวเลข 8,350 บาท/AdjRW จากจำนวนการให้บริการคาดการณ์ทั้งหมด 10.9 ล้าน RW ซึ่งหากเทียบกับปี 2568 เท่ากับต้องหาเงินเพิ่มอีก 5,450 ล้านบาท
ทั้งนี้ สธ. ยืนยันว่า ต้องมีเงินตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ ไม่ใช่รอปลายปีว่าเหลือเท่าไหร่จึงจัดให้ รพ. ซึ่งที่ประชุมบอร์ด สปสช. เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ก็เห็นด้วยโดยต้องเอาเงินก้อนอื่นมาเติมให้กับส่วนที่สำคัญที่สุดก่อน ก็จะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาการใช้เงินแบบสมเหตุสมผล และจะมีแผนว่ากลุ่มไหนต้องให้บริการทำก่อนหลัง เพื่อให้มีข้อมูลชัดช่วงปลายปี รายงานของบประมาณต่อสำนักงบประมาณ
นพ.สมฤกษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการบริหารค่าผู้ป่วยใน ปี 2569 จำนวน 8,350 บาทต่อ AdjRW มีการปรับใหม่ เนื่องจากตัวเลขนี้รวมเงินเดือนของบุคลากรด้วย ซึ่งในความเป็นจริงต้องหักส่วนของเงินเดือนออกไปก่อน โดยเงินเดือนรวม รพ.สธ. ทั้งหมดหักประมาณ 3.1 หมื่นล้านบาท เหลือประมาณ 5,300 บาทต่อ AdjRW ในจำนวนนี้ก็จะกันเงินกลางไว้ 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปปรับฐานของแต่ละ รพ. ให้เท่ากัน โดยให้เขตละ 500 ล้านบาท บางเขตได้ 200-700 ล้านบาท สุดท้ายจึงทำให้ตัวเลขเงินที่จะจ่ายตามผลงานจริงในการดูแลผู้ป่วยในเหลืออยู่ที่ราว 3,500 บาทต่อ AdjRW ทั้งนี้ สธ. จะมีมาตรการในเดือน ต.ค. 2569 โดยนำบัญชีแต่ละ รพ. แต่ละจังหวัดมาดู จะทำให้เห็นบาง รพ. อาจกำไร บางแห่งอาจไม่กำไร ติดลบ ก็จะนำกำไรทั้งจังหวัดดึงมา 20% เกลี่ยใหม่ เพื่อเติมให้ รพ. แต่ละในจังหวัดเดียวกันที่ศักยภาพไม่เท่ากัน แต่ต้องหารือกันก่อน อย่างไรก็ตาม ปี 2570 จะขอเพิ่มค่าผู้ป่วยในเป็น 10,000 บาทต่อ AdjRW
“ยอมรับว่า รพ.สธ. มีปัญหาทางการเงิน แม้จะยังไม่มีปัญหาเรื่องการค้างจ่ายค่าตอบแทนบุคลากร แต่พบว่ามีการค้างชำระหนี้ค่ายาและเวชภัณฑ์นานขึ้น จากเดิม 3-6 เดือน เพิ่มเป็น 6-12 เดือนในเกือบทุกแห่ง ขณะนี้กำลังให้กองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ รวบรวมตัวเลข บัญชีการค้างหนี้บริษัทยา เวชภัณฑ์ของทุกแห่ง ทั้งนี้วิธีการจัดสรรงบฯ ปี 2569 และแนวทางต่างๆ เชื่อว่าจะผ่านพ้นไปได้” นพ.สมฤกษ์ กล่าว.



