สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ว่านายโทมัส ดิแนนโน ปลัดกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐด้านการควบคุมอาวุธ กล่าวต่อที่ประชุมสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ว่าด้วยการปลดอาวุธ ที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ว่า สนธิสัญญานิว สตาร์ต กับรัสเซีย ซึ่งสิ้นสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา “มีข้อบกพร่องพื้นฐาน”


ดิแนนโนอ้างถึง การละเมิดข้อตกลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าของรัสเซีย การเพิ่มขึ้นของคลังแสงทั่วโลก และข้อบกพร่องในการออกแบบและการบังคับใช้นิว สตาร์ต ให้เป็นไปตามเงื่อนไข ทำให้สหรัฐจำเป็นต้องเรียกร้องให้มีโครงสร้างใหม่ “ที่ตอบโจทย์กับภัยคุกคามในปัจจุบัน ไม่ใช่ภัยคุกคามจากยุคสมัยที่ผ่านพ้นไปแล้ว”


ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐวิจารณ์รัฐบาลปักกิ่งว่า “คลังแสงนิวเคลียร์ทั้งหมดของจีนกลับไม่มีขีดจำกัด ไม่มีความโปร่งใส ไม่มีการแจ้งรายละเอียด และไม่มีการควบคุมใดเลย” ยุคต่อไปของการควบคุมอาวุธควรดำเนินต่อไปด้วยการเจรจาซึ่งมีเป้าหมายชัดเจน แต่การหารือต้องการการมีส่วนร่วมที่มากกว่า “แค่รัสเซีย”


ขณะที่นายเซิน เจี้ยน รองหัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตของจีนประจำเมืองเจนีวา ย้ำจุดยืนของรัฐบาลปักกิ่ง ในการยังไม่เข้าร่วมโต๊ะเจรจากับสหรัฐและรัสเซีย “อย่างน้อยในตอนนี้” “เนื่องจากขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ของจีนยังห่างไกลจากระดับของรัสเซียและสหรัฐ


ด้านนายเกนนาดี กาติลอฟ หัวหน้าคณะผู้แทนทางการทูตของรัสเซียประจำเมืองเจนีวา เสนอว่า การเจรจานิวเคลียร์ครั้งใหม่ควรครอบคลุมถึงรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์อื่น เช่น ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรด้วย


สำหรับสนธิสัญญานิว สตาร์ตนั้น ลงนามครั้งแรกเมื่อปี 2553 จำกัดให้รัสเซียและสหรัฐมีหัวรบนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ที่ติดตั้งพร้อมใช้งานได้ไม่เกิน 1,550 หัวรบ ซึ่งเป็นการลดจำนวนลงเกือบ 30% จากขีดจำกัดเดิมที่เคยกำหนดไว้เมื่อปี 2545


นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังอนุญาตให้แต่ละฝ่ายสามารถเข้าไปตรวจสอบคลังอาวุธนิวเคลียร์ในสถานที่จริงของอีกฝ่ายหนึ่งได้ แต่การตรวจสอบเหล่านี้ได้ถูกระงับไปในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังไม่มีการกลับมาดำเนินการตรวจสอบอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา.

เครดิตภาพ : AFP