หนีไม่พ้น “พรรคเพื่อไทย” ที่ดัน “อ.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ขึ้นมาเป็นตัวชูโรงเต็มตัว
พร้อมชูนโยบายแก้หนี้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างฝันให้ชาวรากหญ้า เช่นแนวคิด “สร้างเศรษฐีเงินล้าน 9 คนทุกวัน” แม้จะถูกฝ่ายตรงข้ามโจมตีว่าเป็นการแจกเงิน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าโดนใจฐานเสียงระดับล่าง ซึ่งเป็นคะแนนชี้ขาดในวันเลือกตั้งจริง
สมการอำนาจในการตั้งรัฐบาลจึงมี “พรรคเพื่อไทย” อยู่ในทุกขั้ว ทั้งขั้ว “ส้ม” หรือ “น้ำเงิน” ด้วยเพราะ “พรรคเพื่อไทย” ไม่เคยประกาศตั้งเงื่อนเงื่อนไขว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับพรรคใด จึงเป็นช่องทางเดินที่สะดวกสำหรับ “พรรคแดง”ในการเข้าสู่บัลลังก์อำนาจอีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม แม้กระแส “เพื่อไทย” จะพุ่งแรง และมีโอกาสสูงที่จะเป็นรัฐบาล แต่เส้นทางหลังวันเลือกตั้งอาจไม่ใช่ถนนเรียบ เพราะยังมี “แรงเสียดทาน” รออยู่จำนวนมาก
โดยเฉพาะปมการเมืองใหญ่ที่ยังผูกอยู่กับ “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่าจะได้ออกจากเรือนจำตามเงื่อนไขพักโทษในเดือน พ.ค.หรือไม่ และการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอนาคต ที่ท้าทายผู้มีอำนาจหรือไม่ เพราะยังมีคดี112 อยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ และคดีหุ้นชินคอร์ป “ทักษิณ” ต้องจ่ายภาษี 1.76 หมื่นล้านคืนรัฐ ที่เปรียบเป็นโซ่ตรวนล่ามเอาไว้
ขณะที่น้องสาว “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ยังไม่ได้กลับประเทศ ยังคงเป็นปมในใจของฐาน “นายใหญ่” เพื่อไทยตลอดเวลา
นอกจากนี้ แกนนำ “พรรคเพื่อไทย” ยังต้องเผชิญกับคดี และประเด็นหลังเลือกตั้ง ทั้งกรณี “ดีเอสไอ” ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ที่ถูกกล่าวหาว่าดูดข้อมูลคนไทยกว่า 1.2 ล้านราย ส่งต่อให้ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริง
รวมถึงตำรวจไซเบอร์ออกหมายเรียก “ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์”พรรคเพื่อไทย ที่อาจเชื่อมโยงกับขบวนการเว็บพนันออนไลน์ และการดำเนินคดีสจ. 2 รายก่อนหน้านี้ ที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ และพนันออนไลน์ ซึ่งในทางการเมืองมองว่าเป็นการตัดท่อน้ำเลี้ยงในการยิงกระสุนในช่วงโค้งสุดท้าย
ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นดิสเครดิต เช่น กรณีเพจ CSI LA โพสต์ภาพเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวโยง นักการเมือง “บิ๊ก ส.” พร้อมตั้งข้อสงสัยเรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เพียง 30 ล้านบาท
ด้าน “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ออกมาชี้แจงว่า การซื้อเครื่องบินดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนส.ค.67 โดยมีมูลค่ารวมกว่า 862 ล้านบาท และได้ดำเนินการนำเข้า ชำระภาษีต่อกรมศุลกากรอย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อวันที่ 13 ก.ย.67
“สุริยะ” ระบุเพิ่มเติมว่า ตนถือครองทรัพย์สินในเครื่องบินลำนี้ตามสัดส่วนมูลค่า 30 ล้านบาท และได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ครบถ้วนแล้ว ขณะที่มูลค่าที่เหลือเป็นการถือครองร่วมในกลุ่มญาติพี่น้องตามสัดส่วน พร้อมยืนยันว่าข้อกล่าวหาเรื่องลำเลียง ส่วน “กระสุนทางการเมือง” หรือเงินเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง ยืนยัน ไม่เป็นความจริง และเป็นการโจมตีเพื่อทำลายความเชื่อมั่นในช่วงโค้งสุดท้าย
ดังนั้น แม้กระแส “เพื่อไทย” จะกลับมาแรง และมีโอกาสสูงที่จะเป็นรัฐบาลแต่สถานการณ์โค้งสุดท้าย รวมถึงช่วงจัดตั้งรัฐบาล และเมื่อเป็นรัฐบาลแล้วยังมีปมร้อนต่างๆ ที่เป็นแรงกดดันทางการเมืองที่เครื่องจักรสีแดง ต้องเผชิญต่อไป.



