เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 12 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อข่าวประเทศประเมินว่าประเทศไทยเป็นผู้ป่วยแห่งเอเชีย จะให้ความมั่นใจเกี่ยวกับการเดินหน้าเศรษฐกิจประเทศอย่างไร ว่า นั่นคือการวิเคราะห์มาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วๆ มา แต่หลังมีการเลือกตั้ง ก็มีบทความของสื่อต่างประเทศหลายฉบับพูดถึงความมั่นใจของประเทศไทยจากนี้เป็นต้นไป 

เมื่อถามว่าสิ่งหนึ่งที่จะให้ความมั่นใจได้คือหน้าตาของคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ยังให้ความมั่นใจใช่หรือไม่ว่าคนนอกที่ดึงเข้ามาทำงานจะได้ทำหน้าที่ต่อ นายกฯ กล่าวว่า ตนว่าหลายอย่างประกอบกัน เราได้นำเสนอนโยบายที่คนทั่วไปเห็นแล้วเชื่อว่าทำได้และเกิดเป็นประโยชน์กับส่วนร่วม ไม่ได้เกิดประโยชน์กับคนใดคนหนึ่ง เราไม่ทำนโยบายที่ไร้ซึ่งวินัยทางการเงินการคลัง สิ่งที่เราจะทำต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง เพื่อให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจพื้นฐานของเราจะเข้มแข็ง แต่สิ่งที่เราพิสูจน์ให้ต่างชาติได้เห็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทจัดลำดับเครดิตความน่าเชื่อถือที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ดำเนินการได้ทันท่วงทีตอนมีงบเหลือจ่าย แทนที่จะนำงบเหล่านั้นไปทำเรื่องประชานิยมเหมือนรัฐบาลที่แล้วๆ มา ก็นำมาไปคืนหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ทำให้ต่างชาติเห็นว่าประเทศไทยยังมีวินัยเรื่องการใช้เงิน ทำให้อันดับประเทศไทยไม่ลดลงไป และยังคงอยู่ในสภาพ 3 บี พลัส และการประเมินของทริสเรตติ้งเรื่องความมั่นคงทางธุรกิจที่ดีขึ้น (ทริปเปิลบีพลัส) ทำให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีความน่าเชื่อถือ และมีความน่าสนในใจในการลงทุนของต่างประเทศ 

เมื่อถามต่อว่าแต่ปัจจัยการเมืองที่ไม่นิ่ง มีการเปลี่ยนรัฐบาลโดยตลอด นายกฯ กล่าว่า นั่นมันอดีต จากนี้ไปตนคิดว่าผลการเลือกตั้งที่ได้เห็นกันคร่าวๆ แนวโน้มน่าจะเป็นการแสดงถึงเสถียรภาพทางการเมืองในระดับหนึ่ง และเรื่องของขั้วเรื่องความขัดแย้งต่างๆ มันไม่ได้ขัดแย้งรุนแรง ทุกคนอาจมีวาทกรรมโต้เถียงกันไปมา แต่ยังอยู่ในเกมช่วงหาเสียงเลือกตั้ง แต่เมื่อการเลือกตั้งผ่านไปแล้ว ทุกอย่างอยู่ในร่องในรอย ไม่มีการขยายความต่อความยาวสาวความยืดต่อกัน ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะทำให้สภาชุดนี้เข้มแข็ง.