ในทุกการเลือกตั้ง เสียงของประชาชนควรเป็น “ความลับ” ที่ไม่มีใครล่วงรู้ได้ หลักการนี้ถูกบัญญัติไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญว่า การออกเสียงต้องเป็นไปโดยตรงและลับ เพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่เมื่อเกิดข้อสังเกตว่าบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดเฉพาะตัวที่อาจเชื่อมโยงกับข้อมูลผู้ลงคะแนนได้ คำถามสำคัญจึงผุดขึ้นทันที ความลับของคูหายังปลอดภัยจริงหรือไม่?
จุดเริ่มต้นคำถามจากสื่อ
ประเด็นนี้ถูกหยิบยกผ่านการรายงานของผู้สื่อข่าว ที่ตั้งข้อสังเกตว่า บัตรเลือกตั้งสีชมพูแต่ละใบมีบาร์โค้ดไม่ซ้ำกัน หรือที่เรียกว่า Unique Running Number
คำถามสำคัญ คือ
บาร์โค้ดบนบัตร ตรงกับโค้ดที่ต้นขั้วหรือไม่?
หากตรงกัน จะสามารถย้อนระบุตัวผู้ลงคะแนนได้หรือไม่?
และจะกระทบหลัก “การลงคะแนนลับ” ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่?
มุมมองด้านเทคโนโลยี : แกะรอยได้ถึงข้อมูลส่วนตัว?
ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ DomeCloud ระบุว่า บัตรเลือกตั้งไม่มีเลขซ้ำจริง และอธิบายเชิงคณิตศาสตร์ว่า หากโครงสร้างข้อมูลเชื่อมโยงกัน บาร์โค้ดดังกล่าวอาจไล่ย้อนกลับไปถึงข้อมูลต้นทางได้
หากบาร์โค้ดเชื่อมกับต้นขั้ว ซึ่งมีข้อมูลผู้ลงคะแนน เช่น เลขประจำตัวประชาชน ชื่อ-นามสกุล ก็อาจทำให้สามารถ “Track” เส้นทางของบัตรได้ถึงตัวบุคคล และขยายผลไปถึงที่อยู่ตามทะเบียนราษฎร
ความเห็นจากอดีต กกต.
สมชาย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ให้ความเห็นว่า โดยหลักการ กกต. สามารถกำหนดรหัสเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรได้
แต่รหัสดังกล่าว ต้องไม่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า บัตรใบนี้มาจากเล่มใด และเป็นผู้ลงคะแนนลำดับที่เท่าใด เพราะนั่นอาจกระทบหลักการลงคะแนนลับ
มุมการเมือง : ถ้าโยงได้จริง จะกระทบใหญ่แค่ไหน?
ด้าน ศิธา ทิวารี ระบุว่า หากพิสูจน์ได้ว่าบาร์โค้ดมีลักษณะ Unique Running Number และสามารถสแกนแล้วเชื่อมโยงกับหมายเลขบนต้นขั้วที่มีรายชื่อผู้ลงคะแนนได้จริง อาจเข้าข่ายขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ
พร้อมตั้งคำถามว่า หากสามารถติดตามผลการลงคะแนนรายบุคคลได้ จะกลายเป็น Big Data ทางการเมืองที่รู้พฤติกรรมการโหวตของคนทั้งประเทศ ทั้งระดับบ้าน หมู่บ้าน จังหวัด หรือท้องถิ่น
ประเด็นบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ข้อถกเถียงทางเทคนิค แต่แตะถึง “หัวใจของประชาธิปไตย” คือ ความลับในการออกเสียง
หากระบบถูกออกแบบให้ไม่สามารถเชื่อมโยงถึงตัวบุคคลได้จริง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องชี้แจงเชิงเทคนิคอย่างละเอียด โปร่งใส และตรวจสอบได้
แต่หากมีช่องทางที่ทำให้ติดตามย้อนกลับได้ คำถามใหญ่ย่อมเกิดขึ้นทันทีว่า การลงคะแนนของประชาชนไทยยัง “ลับ” อย่างแท้จริงหรือไม่
คำตอบที่ชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ คือสิ่งที่สังคมกำลังรอ.



