เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ก.พ. 69 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ กล่าวถึงกรณีที่พรรคการเมืองพยายามปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการ ไอโอ ในโซเชียลมีเดีย  ว่า พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการแถที่ขัดกับความเป็นจริง วันนี้สังคมรับรู้กันถ้วนหน้าว่ามีการใช้ไอโอ เข้าไปยุยงปลุกปั่น สร้างความเกลียดชัง และบิดเบือนข้อมูลเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้ตัวเอง รวมถึงทำลายคู่แข่ง

นายชัยวุฒิ  กล่าวว่า กกต. ต้องเร่งตรวจสอบค่าใช้จ่ายแฝง โดยการทำไอโอ  ไม่ได้ทำฟรี ๆ แต่มีการจ้างคน มีการซื้อสื่อโฆษณา และมีการจ่ายเงินจำนวนมหาศาล หากพรรคใดไม่ได้แจ้งงบประมาณส่วนนี้ในบัญชีค่าใช้จ่ายหาเสียง ถือว่ามีความผิดชัดเจน และอาจนำไปสู่การให้ใบแดง หรือการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้ทันที เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม

“กกต.ควรจะตรวจสอบเรื่องนี้ด้วย เพราะการใช้โซเชียลมีเดียหาเสียง ต้องมีการจ้างคน มีการซื้อสื่อโฆษณา มีการจ่ายเงินจำนวนมากนะครับ ซึ่งอันนี้ต้องแจ้งมาในค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งด้วย ถ้าแจ้งไม่ครบหรือไม่แจ้งทั้งหมด ก็มีความผิด หรือถ้าแจ้งแล้ว เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ที่เป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ก็ถือว่าผิดกฎหมาย อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องไปดู” นายชัยวุฒิ กล่าว

นายชัยวุฒิ  กล่าวถึงกรณีการเข้าตรวจสอบออฟฟิศ “สเปกเตอร์ ซี” ที่ถูกสงสัยว่าเป็นฐานปฏิบัติการไอโอ  ว่าเป็นเรื่องที่ตลกและน่าสงสัย ที่จู่ ๆ ออฟฟิศกลับปิดหนีและเอาผ้าคลุมอุปกรณ์ไว้ เมื่อมีคนไปตรวจสอบ  ซึ่งจริง ๆ เค้าน่าจะให้ไปตรวจสอบว่ามีคนจริง ๆ อยู่หรือไม่ ทำงานอย่างไร ให้มีการพูดคุยกับนักข่าวหรือสื่อมวลชนด้วย จะได้เข้าใจว่าจริง ๆ ทำงานอะไร  ไม่ใช่ปิดหนีเลย อันนี้ก็ยิ่งน่าสงสัย

นายชัยวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมในฐานะอดีตรัฐมนตรีที่คลุกคลีกับงานด้านดิจิทัล ว่า รอยนิ้วมือทางดิจิทัลไม่มีทางลบเลือน การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านช่องทางต่าง ๆ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หมด ว่า โพสต์มาจากจุดไหน อาคารใด หรือหน่วยงานใด พร้อมท้าให้เจ้าหน้าที่ลากตัวการที่ฟีดข้อมูลไอโอออกมาแฉให้ชัดเจน ต่อหน้าประชาชน

นายชัยวุฒิ ยังเตือนถึงแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และกลุ่มผู้ใช้นามแฝง ว่า การใช้บอตหรือแอคเคานท์อวตาร  มาปั่นกระแสการเมืองนั้น เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐต้องเข้ามาจัดการอย่างเด็ดขาดเพื่อไม่ให้เป็นมะเร็งร้ายที่ทำลายระบอบประชาธิปไตย.