จากกรณีประชาชนมีการตั้งข้อสังเกตถึงบัตรลงคะแนนเลือกตั้งบาร์โค้ด ที่สามารถสแกนและทำให้เห็นข้อมูลผู้เลือกตั้งนั้น ด้าน รองเลขาฯ กกต. ออกมาอธิบายชัดว่า บัตรลงคะแนนมีบาร์โค้ด เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย ตรวจสอบลอตบัตร หน่วยที่ใช้งาน ยันไม่มีนำสืบข้อมูลผู้ลงคะแนน เอื้อพรรคการเมือง อีกทั้ง กกต. ย้ำ กปน.เผยรายละเอียดคนมาใช้สิทธิมีความผิด ย้ำหลักการเลือกตั้งออกเสียงโดยตรงและลับ กฎหมายห้ามเปิดเผยข้อมูลผู้มาใช้สิทธิ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
- อ่านข่าวต่อ : รองเลขาฯ กกต.ชี้ บัตรลงคะแนนมีบาร์โค้ด เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย
- อ่านข่าวต่อ : กกต. ย้ำ กปน.เผยรายละเอียดคนมาใช้สิทธิมีความผิด
เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นายสมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาโพสต์วิเคราะห์กรณีการพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เผยว่าการควบคุมจำนวนการผลิตและการติดตามเส้นทางขนส่ง สามารถทำได้หลายวิธี โดยไม่จำเป็นต้องใช้บาร์โค้ดที่เชื่อมโยงถึงเลขบัตรรายใบลงแฟนเพจ “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร”

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “มีวิธีมากมาย ที่ป้องกันการพิมพ์บัตรเกิน และ เป็นเครื่องมือในการติดตามเส้นทางบัตร กกต. กล่าวอ้างว่า bar code ในบัตรเลือกตั้งนั้นใช้เพื่อควบคุมจำนวนการผลิต ไม่ให้มีบัตรที่พิมพ์เกิน นำไปสู่ปัญหาบัตรผี บัตรเขย่ง และหากเจอบัตรจริงรั่วไหลภายนอก ก็สามารถตรวจกลับได้ว่า มาจากจังหวัดใด เขตใดหรือ หน่วยเลือกตั้งใด”
อีกทั้ง มีวิธีการมากมายที่สามารถใช้ แทนที่การพิมพ์ bar code ที่ตรงกับตัวเลขบัตรที่ต้นขั้ว ดังต่อไปนี้
1. หากอยากจะมี bar code หรือ QR code ใจจะขาด เพราะกลัวบัตรดูไม่ทันสมัย ก็ต้องกำหนดให้สิ่งนั้น เมื่อ scan กลับจะได้เพียงข้อมูล batch การผลิต lot การจัดส่ง หรือ carton บัตร หรือไปไกลสุดคือ เลขเล่ม ไม่ใช่ ไปถึง เลขบัตรแต่ละใบ
2. ใช้รหัสตัวเลข 8 หลักควบคุมโดยตรง เฉพาะบัตรส่วนล่าง ไม่ต้องเชื่อมต่อกับส่วนต้นขั้ว คุณก็สามารถควบคุมจำนวนการผลิต ป้องกันการพิมพ์เกิน บัตรผี บัตรเขย่ง ได้แล้ว
3. กรณีเพื่อประโยชน์ในการขนส่ง หรือ logistic เช่น การส่งจากโรงพิมพ์ ไปยังเขต หรือ จากเขตไปยังหน่วยเลือกตั้ง ต้องพิมพ์ bar code ที่กล่องแต่ละกล่อง เขาส่งเป็นกล่อง ไม่มีใครบ้า ใช้ bar code ที่บัตร เพื่อส่งบัตรทีละใบ
อย่างไรก็ตาม “Bar code ที่เชื่อมตรงกับบัตรแต่ละใบได้ จึงไม่ใช่วิธีที่เกิดประโยชน์ ในการป้องกันพิมพ์บัตรเกิน หรือเพื่อการควบคุมการขนส่ง Bar code ในบัตรชมพูจึงไม่ใช่สุดยอดนวัตกรรมในการป้องกันการโกง ในทางตรงข้าม การมี Bar code ที่สแกนปั๊บ เลขบัตรที่ต้นขั้วขึ้นปุ๊บ คือ เทคนิคที่เอื้อการโกงที่เพิ่งเกิดขึ้นในปี 2569 จะบังเอิญ รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือ ตั้งใจ ไม่อาจรู้ได้”
ขอบคุณข้อมูล : ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร



