นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร  เปิดเผยว่า การดำเนินงานและยกระดับมาตรการกำกับดูแลผลไม้สดส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   สำหรับการส่งออกทุเรียน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้กำชับให้ยึด “มาตรการ 4 ไม่” ได้แก่ ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ์ และไม่มีสี/ไม่มีสาร ควบคู่กับการตรวจสอบย้อนกลับได้จริงในทุกขั้นตอน ตั้งแต่แปลงเกษตรกร โรงคัดบรรจุ การตรวจคุณภาพ การออกใบรับรอง จนถึงขั้นตอนการส่งออก หากพบการฝ่าฝืนให้ดำเนินการตามระเบียบอย่างเคร่งครัด

ในส่วนของทุเรียนสด ได้มีมาตรการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยอาหาร โดยเน้นการเฝ้าระวัง ติดตาม และตรวจวิเคราะห์สาร Basic Yellow 2 (BY2) รวมถึงการตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนแคดเมียมอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการที่ขึ้นทะเบียนกับ GACC จำนวน 14 แห่ง สามารถรองรับการตรวจเพื่อการส่งออกได้

ย้ำให้การดำเนินมาตรการในพื้นที่เป็นไปอย่างเข้มข้น โดยบูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อควบคุมการเก็บเกี่ยวทุเรียนให้เหมาะสม ป้องกันการตัดทุเรียนอ่อน และลดความเสี่ยงการสวมสิทธิ์ในระบบส่งออก พร้อมกำกับมาตรฐานและการตรวจสอบย้อนกลับจากแปลง GAP และโรงคัดบรรจุ GMP อย่างเข้มงวด ทั้งนี้ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) จังหวัดจันทบุรี เตรียมจัดประชุมผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ภาคตะวันออก ในวันที่ 12 มีนาคม 2569 เพื่อชี้แจงแนวทางควบคุมคุณภาพก่อนเริ่มฤดูกาลเก็บเกี่ยว

โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยเก็บเกี่ยวทุเรียนพันธุ์กระดุมได้ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 พันธุ์ชะนีและพวงมณีตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 และพันธุ์หมอนทองรวมถึงพันธุ์ก้านยาว ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ หากเกษตรกรมีความจำเป็นต้องเก็บเกี่ยวก่อนวันที่กำหนด ต้องนำผลผลิตเข้ารับการ “ตรวจก่อนตัด” โดยตรวจวัดเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อแห้ง เพื่อยืนยันความสุกของผลผลิต และป้องกันการตัดทุเรียนอ่อนอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ยกระดับมาตรการ “Big Cleaning” ในโรงคัดบรรจุทุเรียน โดยครอบคลุมการทำความสะอาดพื้นที่ปฏิบัติงาน รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ที่สัมผัสผลผลิต อาทิ สายพานลำเลียง เครื่องชั่ง ตะกร้า พาเลท และภาชนะบรรจุ ตลอดจนการจัดระเบียบพื้นที่โดยรอบ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้ามและลดความเสี่ยงการปนเปื้อนสารต้องห้าม พร้อมย้ำการดำเนินงานตามแนวทาง “Set Zero” ไม่ใช้สารเคมีอันตรายและสีในกระบวนการคัดบรรจุ โดยให้ทุกโรงคัดบรรจุปฏิบัติตามมาตรฐานและข้อกำหนดของกรมวิชาการเกษตรอย่างเคร่งครัด

โดยกรมวิชาการเกษตรเตรียมยกระดับการกำกับดูแลการส่งออกลำไยสด โดยจัดระบบบริหารความเสี่ยงโรงคัดบรรจุในรูปแบบ “เขียว–เหลือง–แดง” ควบคู่กับการกำกับการตรวจวิเคราะห์ค่าซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างในเนื้อลำไยให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งต้องไม่เกิน 50 ppm เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร และสนับสนุนการส่งออกลำไยไทยอย่างต่อเนื่อง สำหรับความพร้อมด้านห้องปฏิบัติการ ปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการที่สามารถตรวจวิเคราะห์ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในลำไยสดได้จำนวน 13 แห่งทั่วประเทศ รองรับการตรวจเพื่อการส่งออกตามข้อกำหนดของประเทศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง