สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า ญี่ปุ่นเตรียมเริ่มแผนการลงทุนในโครงการพลังงานและแร่ธาตุสำคัญในอเมริกา ซึ่งถือเป็นการลงทุนก้อนแรกภายใต้กรอบข้อตกลงการค้าทวิภาคีมูลค่า 550,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 17.19 ล้านล้านบาท)
ทั้งนี้ สหรัฐและญี่ปุ่นบรรลุข้อตกลงดังกล่าวร่วมกัน เมื่อเดือน ก.ค. ปีที่แล้ว โดยการลงทุนของญี่ปุ่นจะครอบคลุมจนถึงปี 2572 เพื่อ “ฟื้นฟูและขยายอุตสาหกรรมหลักของอเมริกา” แลกกับการที่สหรัฐลดภาษีต่างตอบแทนให้กับญี่ปุ่น จาก 25% ลงมาอยู่ที่ 15%
ขณะที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐออกแถลงการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่าการลงทุนงวดแรกจะมีมูลค่ารวมราว 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.12 ล้านล้านบาท) ครอบคลุมโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในรัฐโอไฮโอ ซึ่งคาดว่าจะผลิตกระแสไฟฟ้าได้ถึง 9.2 กิกะวัตต์
The US and Japan unveiled the debut projects of a $550 billion investment fund, pressing ahead with a trade and economic pact in the weeks before Japan’s Prime Minister Sanae Takaichi is set to meet US President Donald Trump https://t.co/ms44xFYDHi
— Bloomberg (@business) February 17, 2026
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการลงทุนในคลังส่งออกน้ำมันดิบที่อ่าวเม็กซิโก ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบให้กับอเมริกา ราว 20,000-30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (ราว 625,400-938,100 ล้านบาท) และโรงงานผลิตเพชรสังเคราะห์อุตสาหกรรมในรัฐจอร์เจีย จะช่วยให้สหรัฐสามารถผลิต “ผงเพชรสังเคราะห์” ได้เอง 100% ของความต้องการในประเทศ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
แม้ตัวเลขการลงทุนจะดูสูงมาก แต่นายเรียวเซ อาคาซาวา รมว.การค้าญี่ปุ่น เคยกล่าวว่า เงินลงทุนจริงจะอยู่ที่เพียง 1-2% ของมูลค่าทั้งหมด ส่วนที่เหลือจะมาในรูปแบบของพันธบัตรและการกู้ยืม จากธนาคารเพื่อการร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค) รวมถึงสินเชื่อที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้การค้ำประกัน.
เครดิตภาพ : AFP



