เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่บ้านทับดัด หมู่ที่ 8 ตำบลตาตุม อำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พบชาวบ้านกำลังช่วยกันทำความสะอาดบังเกอร์หลบภัยที่สร้างขึ้นภายในหมู่บ้าน เพื่อเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังยังคงมีความกังวลว่าอาจเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบรอบใหม่เป็นครั้งที่ 3 หลังจากพบว่า ทหารกัมพูชามีการเสริมกำลังเข้ามาในพื้นที่ชายแดนหลายจุด รวมทั้งการจุดไฟเผาป่าก่อกวนต่างๆ ที่เกิดขึ้น

นายล้วน เอี่ยมสะอาด อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 บ้านทับดัด ต.ตาตุม อ.สังขะ ซึ่งเป็นเจ้าของบังเกอร์ เปิดเผยว่า บังเกอร์ดังกล่าว ตนและครอบครัวช่วยกันสร้างขึ้นเอง มีขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร ยาว 12 เมตร สามารถใช้หลบภัยได้ในยามฉุกเฉิน เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัว เนื่องจากที่ผ่านมาในพื้นที่ต้องอพยพหนีภัยมาแล้วถึง 2 รอบ สร้างความลำบากอย่างมาก จึงตัดสินใจเตรียมความพร้อมไว้ก่อน

นายล้วน กล่าวด้วยความกังวลว่า หมู่บ้านตั้งอยู่ห่างแนวชายแดนเพียงเล็กน้อย หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง บังเกอร์ที่มีอยู่ก็ไม่สามารถรองรับคนทั้งหมู่บ้านได้ ทุกวันนี้ชาวบ้านใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง แม้แต่ขณะออกไปกรีดยางพารา เมื่อได้ยินเสียงรถบรรทุกหรือเสียงเครื่องจักร ก็ยังรู้สึกหวาดผวา เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นอีก

“ที่ผ่านมาอพยพมาแล้ว 2 ครั้ง ลำบากมาก จึงอยากเตรียมตัวไว้ก่อน กลัวว่าจะเกิดรอบ 3 อีก เขมรไว้ใจไม่ได้เพราะมีสถานการณ์ตลอด อยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาพื้นที่ชายแดนให้จบ เพื่อให้ประชาชนอยู่ได้อย่างปลอดภัย หากเป็นไปได้ก็อยากให้มีมาตรการป้องกันที่ชัดเจน” นายล้วน กล่าว

ทั้งนี้ บรรยากาศในพื้นที่ชายแดนแม้สถานการณ์ในพื้นที่ยังปกติ แต่ความหวาดระแวงยังคงฝังอยู่ในความรู้สึกของชาวบ้าน ซึ่งต่างเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมรับมือหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นอีกครั้ง