สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่า ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) จัดการอภิปรายและลงมติ เนื่องในโอกาสครอบรอบ 4 ปี การทำสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน


ทั้งนี้ ที่ประชุมรับรองมติที่ยืนยันความมุ่งมั่นต่อ “อธิปไตย เอกราช เอกภาพ และบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน ภายใต้พรมแดนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล” ด้วยเสียงสนับสนุน 107 เสียง รวมถึงไทย คัดค้าน 12 เสียง รวมถึง รัสเซีย เบลารุส เกาหลีเหนือ และอิหร่าน และงดออกเสียง 51 เสียง หนึ่งในนั้นคือสหรัฐ ส่วนที่เหลือไม่เข้าประชุม


ขณะเดียวกัน มติดังกล่าวยังเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และการสร้าง “สันติภาพที่ครอบคลุม ยุติธรรม และยั่งยืน”


การที่สหรัฐงดออกเสียง ได้รับการวิเคราะห์จากหลายฝ่าย ว่าสะท้อนถึงนโยบายเรื่องยูเครนที่เปลี่ยนไป ในยุครัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาทิ การลดระดับการสนับสนุนยูเครนอย่างไม่มีเงื่อนไขจากรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน


ขณะเดียวกัน รัฐบาลทรัมป์เพิ่มความร่วมมือทางการทูตกับรัฐบาลรัสเซียของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในบริบทเกี่ยวกับยูเครน และสหรัฐปฏิเสธที่จะประณามการรุกรานของรัสเซียหลายต่อหลายครั้งในระยะหลัง


นางแทมมี บรูซ รองหัวหน้าคณะผู้แทนถาวรสหรัฐประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวถึงการลงมติครั้งนี้ ว่าแม้รัฐบาลวอชิงตันยินดีกับเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุม ซึ่งเรียกร้องการหยุดยิง อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวมี “ถ้อยคำที่อาจเบี่ยงเบนความสนใจ” ออกจากความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงคราม โดยไม่ได้อธิบายว่า หมายถึงส่วนใด.

เครดิตภาพ : AFP