สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่า ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) จัดการอภิปรายและลงมติ เนื่องในโอกาสครอบรอบ 4 ปี การทำสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน
ทั้งนี้ ที่ประชุมรับรองมติที่ยืนยันความมุ่งมั่นต่อ “อธิปไตย เอกราช เอกภาพ และบูรณภาพแห่งดินแดนของยูเครน ภายใต้พรมแดนซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล” ด้วยเสียงสนับสนุน 107 เสียง รวมถึงไทย คัดค้าน 12 เสียง รวมถึง รัสเซีย เบลารุส เกาหลีเหนือ และอิหร่าน และงดออกเสียง 51 เสียง หนึ่งในนั้นคือสหรัฐ ส่วนที่เหลือไม่เข้าประชุม
ขณะเดียวกัน มติดังกล่าวยังเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข และการสร้าง “สันติภาพที่ครอบคลุม ยุติธรรม และยั่งยืน”
#BREAKING
— UN News (@UN_News_Centre) February 24, 2026
UN General Assembly ADOPTS resolution “Support for lasting peace in Ukraine”; calls for comprehensive, just and lasting peace; exchange of prisoners of war and return of civilians forcibly transferred, including children
RESULT
In favor: 107
Against: 12
Abstain: 51 pic.twitter.com/c8SI9481eW
การที่สหรัฐงดออกเสียง ได้รับการวิเคราะห์จากหลายฝ่าย ว่าสะท้อนถึงนโยบายเรื่องยูเครนที่เปลี่ยนไป ในยุครัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาทิ การลดระดับการสนับสนุนยูเครนอย่างไม่มีเงื่อนไขจากรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งลดลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลทรัมป์เพิ่มความร่วมมือทางการทูตกับรัฐบาลรัสเซียของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ในบริบทเกี่ยวกับยูเครน และสหรัฐปฏิเสธที่จะประณามการรุกรานของรัสเซียหลายต่อหลายครั้งในระยะหลัง
นางแทมมี บรูซ รองหัวหน้าคณะผู้แทนถาวรสหรัฐประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวถึงการลงมติครั้งนี้ ว่าแม้รัฐบาลวอชิงตันยินดีกับเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุม ซึ่งเรียกร้องการหยุดยิง อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวมี “ถ้อยคำที่อาจเบี่ยงเบนความสนใจ” ออกจากความพยายามทางการทูตเพื่อยุติสงคราม โดยไม่ได้อธิบายว่า หมายถึงส่วนใด.
เครดิตภาพ : AFP



