เมื่อวันที่ 26 ก.พ. นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมอนามัย กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 1 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ 1/1 เชียงราย โดยมีกรมควบคุมมลพิษ ร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในประเด็นจากนักวิชาการระบุถึงการที่พบสารหนูในร่างกายประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณแม่น้ำกก จังหวัดเชียงราย ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยว รวมทั้งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจังหวัด

นพ.สมฤกษ์ แถลงภายหลังการประชุมว่า  เบื้องต้น หน่วยงานในพื้นที่ทุกภาคส่วนแจ้งผลการตรวจเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารหนูในแม่น้ำกก และผลการตรวจเฝ้าระวังสารหนูในน้ำประปาหมู่บ้าน พบว่ายังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จึงมั่นใจได้ว่าประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้ปกติ ไม่ได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตาม กระทรวงสาธารณสุข ยังคงตรวจเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภค เฝ้าระวังการปนเปื้อนในอาหาร และตรวจสุขภาพกลุ่มเสี่ยงเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และปกป้องคุ้มครองสุขภาพประชาชน ให้สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ไม่ได้รับผลกระทบจากสารมลพิษปนเปื้อน โดยผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง โดยสั่งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ให้ทำแผนเฝ้าระวัง 5 ปี และหน่วยงานเกี่ยวข้องมาร่วมกันทำงาน เพื่อให้เป็นภาพที่อธิบายได้ครบทุกด้าน  

นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า กรมควบคุมมลพิษ มีการตรวจสอบตั้งแต่เดือน มี.ค.2568 จนถึงขณะนี้รวมแล้ว 15 ครั้ง ซึ่ง 5 ครั้งล่าสุดสารหนูแทบไม่พบแล้ว มีสถานีตรวจประมาณ 27 จุด มีจุดที่พบ คือ อ.แม่อาย (สะพานท่าตอน) โดยค่าตรวจมาตรฐานอยู่ที่ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร  โดยเราพบที่ 0.011–0.012 มิลลิกรัมต่อลิตร ถือว่าไม่มาก ในส่วนค่าออกซิเจนในน้ำยังสูงที่ 7.8 ค่า PH 6.5 ถือว่าน้ำเป็นประเภทที่ 3 หากนำไปอุปโภค บริโภค โดยฆ่าเชื้อก่อนก็สามารถใช้ได้

ดร.วิชาดา จงมีวาสนา ผู้อำนวยการสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  กล่าวว่า กรมวิทย์ได้ร่วมกับส่วนภูมิภาค มีการเฝ้าระวังตั้งแต่ปี 2568 รวม 4 ครั้ง และปี 2569 สำรวจต่อเนื่องอีกทั้งหมด 12 ครั้ง ทั้งน้ำประปาหมู่บ้าน หรือพืชผักที่ปลูกบริเวณลุ่มน้ำ และการตรวจปัสสาวะในคน สำหรับการตรวจสอบทุกครั้ง จนถึงเดือน ม.ค.2569 พบว่า ปริมาณสารหนูในน้ำ พืชผัก ยังอยู่ในมาตรฐาน  ส่วนการตรวจปัสสาวะในคน ได้มีการติดตามแล้ว พบว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือการสัมผัสอย่างต่อเนื่อง

นายณัฐพงศ์ แหละหมัน กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค กล่าวว่า เมื่อปี 2568 กรมควบคุมโรคมีการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชน 362 ราย โดยสัมพันธ์กับพื้นที่ที่กรมควบคุมมลพิษตรวจน้ำ ซึ่ง 7 รายที่พบนั้น มีการยืนยันเป็นสารหนูที่ไม่อันตราย แต่มี 1 รายที่เกินมาตรฐาน จึงสอบสวนโรค ทั้งนี้ปี 2569 จะเก็บข้อมูลอาชีพอื่นๆ ที่เสี่ยงกับสารหนู นอกเหนือจากน้ำ ในส่วนแหล่งน้ำจะเฝ้าระวังต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ และในปี 2569 จะมีการขยาย 1,400 กว่าคน ครอบคลุมทุกแม่น้ำที่เกี่ยวข้องกับสารหนู  รวมถึงกรมควบคุมโรคจะประสานกับอาจารย์ที่เป็นข่าวเกี่ยวกับงานวิจัยเพื่อทำงานร่วมกัน

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า แม้ได้รับคำยืนยันจากอธิบดีกรมควบคุมมลพิษว่า ณ ปัจจุบัน แม่น้ำกกยังปลอดภัย แต่เราไม่ประมาท หากมีข้อมูลใดๆ สามารถประสานมายังทีมงานสาธารณสุขได้ ทั้งหากมีอาการบ่งชี้ถึงปัญหารับสารหนูในปริมาณสูง เช่น คลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย ระคายเคืองผิวหนัง มีผื่นขึ้น ประกอบกับมีประวัติสัมผัสสารหนู หรือตรวจปัสสาวะที่ไม่ปกติ ต้องรีบเฝ้าระวังและนำไปสู่การวินิจฉัยช่วยเหลือโดยเร็ว  แนะนำให้ประชาชนใช้น้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค หรือประปาหมู่บ้านที่มีระบบผลิตที่ได้มาตรฐาน และย้ำว่าทีม SEhRT ของศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ยังคงลงพื้นที่ปฏิบัติการกับหน่วยงานระดับจังหวัด เพื่อสุ่มตรวจคุณภาพน้ำเบื้องต้น รวมทั้งเสริมความรู้ประชาชนในการดูแลป้องกันตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัย  

ผู้สื่อข่าวถามว่า การรับสารหนูของกลุ่มประชาชนที่พบ คาดว่ามาจากแหล่งไหน เพราะการดำเนินชีวิตของประชาชนอยู่ริมน้ำอาจมีโอกาสรับสารหนูหรือไม่ นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า จากการพูดคุยอาจารย์ที่ทำการศึกษาพบว่า 19 รายที่มีค่าสูงนั้น เกินในปริมาณเล็กน้อย และจากการสอบถาม ซักประวัติจากแบบสอบถาม แต่ที่กรมวิทย์ได้ตรวจปัสสาวะในพื้นที่เสี่ยง พบว่า ครั้งที่ 3 และครั้งที่ 4 มี 1 ราย แต่เป็นการเก็บส่งตรวจไม่ถูกต้อง มาตรวจซ้ำจึงไม่พบ ส่วนใหญ่จะพบว่าการตรวจเป็นไปโดยไม่ได้เตรียมตัว เพราะอาจรับประทานอาหารทะเลเข้าไป มีโอกาสรับสารหนูเข้าไป ร่างกายก็ขับออก จึงอาจทำให้พบสารหนูได้ สิ่งสำคัญต้องตรวจในลักษณะที่เป็นสารที่สะสมหรือไม่ เป็นสำคัญ ส่วนการตรวจของกรมควบคุมโรค ที่พบ 7 ราย แต่มี 1 รายที่สารหนูสูงมาก สาเหตุพบว่า ทั้ง 7 รายเป็นเกษตรกร มีการใช้ยาฆ่าแมลง และมีสารหนู จึงมีความเสี่ยงอยู่แล้ว