สหราชอาณาจักรเตรียมออกมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) เช่นเดียวกับสหภาพยุโรป เพื่อควบคุมการนำเข้าสินค้าที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง และป้องกันการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่ต่ำกว่า นั่นหมายความว่าในอนาคต การแข่งขันด้านการส่งออกจะไม่ได้วัดกันเพียงราคาของสินค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสามารถในการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยคาร์บอนของกระบวนการผลิตด้วย

CBAM ครอบคลุม 5 อุตสาหกรรมหลัก

สหราชอาณาจักรมีแผนบังคับใช้มาตรการ CBAM ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 โดยครอบคลุม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย และไฮโดรเจน ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง

ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เผยแพร่เอกสารรายละเอียดเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงานและวิธีการคำนวณการปล่อยคาร์บอน เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคธุรกิจ ก่อนเริ่มบังคับใช้จริง โดยแนวคิดของมาตรการ CBAM คือการกำหนด ‘ต้นทุนคาร์บอน’ กับสินค้านำเข้า เพื่อไม่ให้สินค้าที่ผลิตจากประเทศที่มีมาตรฐานสิ่งแวดล้อมต่ำกว่า ได้เปรียบด้านต้นทุนเมื่อเข้ามาแข่งขันในตลาดสหราชอาณาจักร

ผู้นำเข้าต้องรายงานข้อมูล แต่ภาระตกถึงผู้ผลิต

ภายใต้กรอบมาตรการดังกล่าว ผู้นำเข้าที่มีมูลค่าสินค้านำเข้าสูงกว่า 5 หมื่นปอนด์สเตอร์ลิงต่อปี หรือประมาณ 2.1 ล้านบาท จะต้องรายงานข้อมูลการปล่อยคาร์บอนตามข้อกำหนดของกฎหมาย

แม้ข้อกำหนดจะบังคับใช้กับผู้นำเข้าโดยตรง แต่ในทางปฏิบัติ ผู้นำเข้าจำเป็นต้องขอข้อมูลจากผู้ผลิตต้นทาง ทำให้ภาระการจัดเตรียมข้อมูลคาร์บอนย้อนกลับไปยังผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทาน

ผลที่ตามมาคือ ผู้ผลิตวัตถุดิบหรือผู้ส่งออกในตลาดสหราชอาณาจักรต้องเตรียมข้อมูลการปล่อยคาร์บอนของกระบวนการผลิตอย่างละเอียด รวมถึงอาจต้องมีการทวนสอบข้อมูลจากหน่วยงานที่ได้รับการรับรอง ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนด้านการบริหารจัดการข้อมูลและการตรวจสอบเพิ่มสูงขึ้น

ผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า สินค้าที่อยู่ในขอบเขต CBAM ของสหราชอาณาจักรมีสัดส่วนเพียงประมาณ 1% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทยไปยังตลาดสหราชอาณาจักร หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.9 พันล้านบาท

แม้สัดส่วนจะยังไม่สูงมากนัก แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ความพร้อมของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะด้านการจัดเก็บและรายงานข้อมูลการปล่อยคาร์บอน ซึ่งอาจกลายเป็นข้อจำกัดสำหรับธุรกิจที่ยังไม่มีระบบข้อมูลที่ชัดเจน

หากไม่สามารถจัดทำข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ ผู้ประกอบการอาจต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของการประเมิน การจัดทำฐานข้อมูล และการทวนสอบคาร์บอน เหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนใหม่ที่พ่วงมากับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น

ข้อมูลคาร์บอน แต้มต่อในตลาด

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ในระยะถัดไป การแข่งขันในตลาดส่งออกจะไม่ได้พิจารณาเพียงราคาสินค้าเท่านั้น แต่จะรวมถึงความสามารถในการเปิดเผยและยืนยันข้อมูลการปล่อยคาร์บอนของสินค้าอย่างโปร่งใส

ก่อนหน้านี้ สหภาพยุโรปได้เริ่มใช้มาตรการ CBAM แล้ว ขณะที่สหราชอาณาจักรก็กำลังเดินหน้าในไปทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป็นไปได้ว่าในอนาคตประเทศอื่นๆ อาจนำมาตรการลักษณะนี้มาใช้ได้เช่นกัน

ดังนั้นธุรกิจที่สามารถจัดการข้อมูลการปล่อยคาร์บอนได้อย่างเป็นระบบและมีความน่าเชื่อถือ จะมีความได้เปรียบในการรักษาตลาดและขยายโอกาสทางการค้า ขณะที่ผู้ประกอบการที่ยังไม่พร้อมอาจต้องเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดสำคัญ

ผู้ส่งออกไทยจึงจำเป็นต้องเร่งเตรียมความพร้อมด้านการจัดทำและเปิดเผยข้อมูลคาร์บอน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกในระยะต่อไป