เต็งหนึ่งล็อกสเปคจากแดนเซาะกราว  “ครูตุ๋ง” โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย จากนั้นนับถอยหลังไม่กี่อึดใจก็ถึงคิวโหวต “นายกฯหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นั่งเก้าอี้ผู้นำ สมัยที่ 2   หลังปิดดีลรัฐบาลสีน้ำเงินลงตัว “กล้าธรรม-ประชาธิปัตย์-ไทรวมพลัง” หมดลุ้น ชวดตั๋วร่วมรัฐบาล หักตัวหารร่วมแชร์เก้าอี้รัฐมนตรี 

ทำให้ “พรรคภูมิใจไทย” เหมากวาดไป  26 เก้าอี้รัฐมนตรี คุม 14 กระทรวง ได้แก่ มหาดไทย กลาโหม คมนาคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ท่องเที่ยวและกีฬา อุตสาหกรรมต่างประเทศ คลัง พาณิชย์ พลังงาน ยุติธรรม วัฒนธรรมสำนักนายกรัฐมนตรี แบ่งโควตาให้ พรรคเพื่อไทย  8 คน 9 ตำแหน่ง (รวม รองนายกรัฐมนตรี)  เก้าอี้ 5 กระทรวง ได้แก่ เกษตรและสหกรณ์ -ศึกษาธิการ – อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรร ม- แรงงาน -พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  รวมถึงพรรคพลังประชารัฐ 1เก้าอี้ 

รอเคาะชื่อ “ครม.อนุทิน 2” อย่างเป็นทางการ เสร็จ 100 % ทันทีหลังสภาผู้แทนราษฎร โหวต“อนุทิน”นั่งเก้าอี้ “นายกฯ”  ล็อกสเปค-แบ่งเค้ก- คุมอำนาจ บริหารจัดการผลประโยชน์การเมืองลงตัว ครบจบในดีลเดียว ยึดหลักการ “บาลานซ์อำนาจ” โดย “บ้านใหญ่ทุกก๊วน” ได้เก้าอี้รัฐมนตรีถ้วนหน้า สกัดแรงกระเพื่อมทางการเมือง รักษาเสถียรภาพรัฐบาล  ตั้งเป้า 4 ปี

แต่ดูเหมือนที่ถูกจับตาคือรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยเวอร์ชั่น “เหล้าเก่าในขวดใหม่”  จาก 3 กลุ่มคือ 1. กลุ่มเลือดน้ำเงินแท้” ที่อยู่กับพรรคมากนาน รวมถึงกลุ่มเลือดใหม่ตัวตึงสายตรง “ครูใหญ่” อาทิ นายไชยชนก ชิดชอบ  เลขาธิการพรรค นายภราดร ปริศนานันทกุล  น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ เป็นต้น 2.กลุ่มน้ำเงินสายเลือดใหม่  อาทิ นายสุชาติ ชมกลิ่น  กลุ่มชลบุรี ได้เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา  กลุ่มสุพรรณ ได้เป็น รมว.อุตสาหกรรม  นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  กลุ่มลุงกำนัน ได้เป็น รมว.พลังงาน  3.แก๊งลูกบังเกิดเกล้า ลูก หลาน ของบ้านใหญ่ จ่อนั่งแท่น “รัฐมนตรีป้ายแดง” อาทิ นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์  สส.อุทัยธานี  นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล  นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ  นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ สส.พิจิตร น.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี  เป็นต้น

โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน  มอง โผ ครม.“แก๊งลูกบังเกิดเกล้า”  ว่า ถ้ามองในมุมความคาดหวังของประชาชนก็คงหวัง ครม. ที่เอาความสามารถเป็นตัวตั้งมากกว่าที่จะเอาวงศาคณาญาติ วงศ์ตระกูลเป็นตัวตั้ง ความท้าทายของประเทศเราวันนี้มีอะไรเยอะแยะ ถามว่าจะพึ่งพารัฐมนตรีไม่กี่คน ที่บอกว่าเป็นรัฐมนตรีที่มีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ แล้วที่เหลือก็ปล่อยให้คนที่อาจจะไม่ได้มีคุณสมบัติที่เหมาะสมที่จะขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี แล้วประเทศไทยจะพร้อมรับมือกับความท้าทายจริงหรือไม่ เชื่อว่าประชาชน อยากเห็นรัฐบาลที่เต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถมากกว่าในเรื่องของวงศ์ตระกูล

ซึ่งคาดว่าจะได้ยลโฉมหน้า “ครม.สีน้ำเงิน” เวอร์ชั่น “เหล้าเก่าในขวดใหม่” ราวๆ ต้นเดือนเม.ย.นี้ ก่อนแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภา เริ่มนับหนึ่งบริหารราชการแผ่นดินอย่างเป็นทางการ  เพื่อให้ “นายกฯหนู” ใส่เกียร์เดินหน้าโดยเร็วที่สุดท่ามกลางสถานการณ์ เดือดจากไฟสงคราม ตะวันออกกลางยกระดับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ต้องเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม รับมือวิกฤติโลก โดยด่วน และต้องการ “มืออาชีพ” เข้ามาแก้วิกฤติ

เพราะหากได้ “มือสมัครเล่น” เข้ามาทำงาน ระวัง “ไฟสงคราม” ลามจากตะวันออกกลาง จะมาเผาคะแนนนิยม “รัฐบาลภูมิใจไทย”