เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้กำกับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร.ต.อ.วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบโกดังของบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 5 ต.หันสัง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ติดตามความคืบหน้าการตรวจยึดไม้ ลักลอบค้าไม้มีค่าจำนวนมาก เป็นไม้ที่แปรรูป ไม้ท่อน ปีกไม้ และปลายไม้ กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ บางส่วนมีการกองเอาไว้แล้วใช้ใบไม้ปิดทับเอาไว้ ทั้งหมดรวมแล้วไม่น้อยกว่า 3,350 ท่อน/แผ่น ปริมาตรไม่ต่ำกว่า 1,100 ลูกบาศก์เมตร บางส่วนมีการขนขึ้นรถตู้คอนเทนเนอร์ เตรียมส่งออกนอกประเทศ

จากการตรวจสอบพบว่า ไม้ส่วนใหญ่ภายในโกดังมีลักษณะต้องสงสัยว่าอาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กรมป่าไม้จึงได้ทำการอายัดไม้ของกลางพร้อมอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากมีปริมาณไม้จำนวนมาก ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้อายัดเอกสารและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจสอบประกอบการพิสูจน์และขยายผล
นายสุชาติ กล่าวว่า การตรวจยึดอายัดไม้มีค่าครั้งนี้ มีการจับกุมมาตั้งแต่รายเล็ก รายย่อย รายใหญ่ มีการจับกุมในพื้นที่ของ หนองคาย ฉะเชิงเทรา รวมแล้ว 8 คดี ไม้ทั้งหมดที่เรามีการตรวจยึดได้ ต้นทางมาจากที่โกดังแห่งนี้ ไม้ที่เราตรวจยึดวันนี้ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท แต่หากไม้มีการแปรรูปแล้วส่งออกไปขายในประเทศจีน และเวียดนาม จะมีมูลค่าทางการค้าสูงกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งรอการพิสูจน์ทราบ ให้ทางเจ้าของมาแสดงตนเอกสารการครอบครองไม้ ในแนวทางการสืบสวน เราพบว่ามีนายทุนสัญชาติจีน และแปลงสัญชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล

การจับกุมตรวจยึดครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน ทั้ง กระทรวงยุติธรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ฝ่ายปกครอง รวมถึงหน่วยงานด้านป่าไม้และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษยังติดตามขยายผลจนพบความเคลื่อนไหว เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา มีการขนส่งไม้จากโกดังดังกล่าวโดยรถบรรทุกเทรเลอร์มุ่งหน้าไปยังจังหวัดชลบุรี ภายในตู้คอนเทนเนอร์พบไม้ประดู่จำนวน 34 ท่อน ซึ่งมีปริมาตรและความยาวไม่ตรงกับเอกสารที่นำมาแสดง เจ้าหน้าที่จึงทำการอายัดรถบรรทุกพร้อมไม้ของกลางทั้งหมด และนำไปเก็บรักษาไว้ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ชบ.1 (บางละมุง) จังหวัดชลบุรี
ต่อมาเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดและอายัดรถบรรทุกเพิ่มเติมอีก 2 คัน โดยดำเนินคดี 1 คัน ซึ่งลักลอบบรรทุกไม้ประดู่มาจาก อ.แม่สอด จ.ตาก โดยสำแดงสินค้าเป็นมันสำปะหลังเพื่ออำพรางการตรวจสอบ ส่วนรถบรรทุกอีก 1 คัน ซึ่งบรรทุกไม้มาจาก จ.บุรีรัมย์ ได้ถูกอายัดไว้เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม และระหว่างการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ยังพบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ภายในพื้นที่โกดัง ประกอบด้วยซากนก 10 ชนิด 28 ซาก ซากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่ทราบชนิด 4 ชิ้นเนื้อ เกล็ดลิ่นน้ำหนักประมาณ 900 กรัม และซากสัตว์ป่าที่จัดเป็นกลุ่มอีก 21 กลุ่ม 68 ซาก รวมของกลางทั้งสิ้น 96 ซาก และ 4 ชิ้นเนื้อ โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จะนำไปตรวจพิสูจน์ชนิดและเก็บรักษาตามระเบียบจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะบูรณาการร่วมกับกระทรวงยุติธรรม เดินหน้าสืบสวนขยายผลอย่างเข้มงวด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินและยึดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิด เพื่อสกัดและตัดวงจรเครือข่ายลักลอบค้าไม้ข้ามชาติอย่างเด็ดขาด และปกป้องทรัพยากรป่าไม้ซึ่งเป็นสมบัติสำคัญของประเทศต่อไป







