เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 12 มี.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายด้านโรคมะเร็งระดับชาติ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 ว่า การประชุมฯ ครั้งนี้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัยแพทย์ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมกำหนดทิศทางการดูแลผู้ป่วยมะเร็งของประเทศ ทั้งในด้านการรักษา เทคโนโลยี เครื่องมือทางการแพทย์ และการพัฒนาบุคลากร เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 140,000 รายต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ที่พบมากที่สุด 5 อันดับแรกคือ มะเร็งตับ และท่อน้ำดี มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูก ส่วนผู้เสียชีวิตประมาณ 86,000 รายต่อปี
นายพัฒนา กล่าวต่อว่า ในการพูดคุยได้พูดถึงการเพิ่มจำนวนเครื่องฉายแสงรักษาผู้ป่วยมะเร็งให้มากขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น จากปัจจุบันทั้งประเทศมีอยู่ 138 เครื่อง แต่ 1 ใน 3 หรือประมาณ 50 เครื่อง กระจุกตัวอยู่ใน กทม. แต่ยังมีอีก 33 จังหวัดที่ยังไม่มีเครื่องฉายแสงเลย ส่งผลให้การกระจายตัวยังห่างจากมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ดังนั้นแผนของกระทรวงคือใน 3-4 ปี ต้องเพิ่มเครื่องดังกล่าวอีกประมาณ 40-50 เครื่อง แต่ไม่ใช่ทุกจังหวัดต้องมี เราจะพิจารณาเรื่องระยะทาง และระยะเวลาการเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วย
รมว.สธ. กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังหารือถึงการพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับการดูแลโรคมะเร็งของประเทศ โดยให้อนุกรรมการกฎหมายไปพิจารณายกร่าง พ.ร.บ.โรคมะเร็ง ซึ่งประเทศไทยยังไม่เคยมีมาก่อน ซึ่ง พ.ร.บ.จะทำให้เกิดการบูรณาการการทำงานเกี่ยวกับโรคมะเร็งให้มีความครอบคลุมและครบวงจร จากที่ปัจจุบันมีการกระจายตัวของเรื่องข้อมูลวิธีการรักษา รวมไปถึงมาตรฐานของราคา โดยเมื่อประชาชนมีอัตราป่วยเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ต้นทุนการรักษาสูงไปด้วย เช่น การแยกการจัดซื้อจัดจ้าง หรือแม้กระทั่งการฉายแสงที่เกี่ยวกับแร่ต่างๆ ไม่ว่าจะในขั้นตอนการซื้อ การใช้งานและการกำจัด
“มะเร็งมองเห็นว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่ ซึ่งเป้าหมายของการออก พ.ร.บ.โรคมะเร็ง จะดำเนินการตั้งแต่เรื่องการส่งเสริมป้องกันทำให้ประชาชนรู้และเข้าใจถึงต้นเหตุของการเกิดโรค ซึ่งมะเร็งหลายชนิดหากมีการตรวจพบได้เร็ว ก็สามารถรักษาได้เร็ว ก็จะทำให้ต้นทุนในการรักษาลดลง และหากสามารถขยายความครอบคลุมได้ เชื่อว่าปลายทางงบประมาณที่นำมาใช้ก็มีแนวโน้มที่จะลดลง” นายพัฒนา กล่าว
เมื่อถามว่า หากออกเป็น พ.ร.บ.แล้ว ค่ารักษาที่ลดลง จะครอบคลุมถึงค่าบริการของ รพ.เอกชนด้วยหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องไปศึกษา และขอความร่วมมือ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มะเร็งที่จะมีการประกาศออกมาก่อนนั้น กรณีผู้ป่วยมีพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเอง เช่น มะเร็งปอด ที่มีบุหรี่เป็นสาเหตุ หากผู้ป่วยมีการสูบบุหรี่นั้น จำเป็นต้องจ่ายค่ารักษาบางส่วนหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยไปถึงขั้นนั้น และเรื่องนี้เพิ่งมีการตั้งอนุกรรมการเพิ่งได้หารือกัน.



