ในการรักษาสุขภาพปากและฟัน “ยาชา” เป็นหนึ่งตัวช่วยสำคัญสำหรับทันตแพทย์ใช้ลดหรือระงับอาการเจ็บปวดชั่วคราวให้กับคนไข้ แต่ฤทธิ์ของยาชาสามารถส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายของคนไข้บางรายได้เช่นกัน
“เดลินิวส์” นำเสนอบทความของ “รศ.ทพญ.ดร.สิรีรัตน์ สูอำพัน” อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความรู้และไขข้อสงสัยเรื่องดังกล่าว ว่า อาการแพ้ยาชา คือ ภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อยาชาหรือส่วนประกอบในยาชาอย่างรุนแรงกว่าปกติ
อาการอาจพบได้ตั้งแต่ระดับเล็กน้อย ทั้งผื่นคัน ลมพิษ หน้าบวม ริมฝีปากบวม หรือหนังตาบวม ไปจนถึงอาการแพ้รุนแรง ได้แก่ หายใจลำบาก แน่นหน้าอก คอบวม หน้ามืด วิงเวียน ความดันโลหิตต่ำ และอาจรุนแรงถึงขั้นหมดสติ

หากเกิดอาการผิดปกติระหว่างหรือหลังการฉีดยาชา ทันตแพทย์จะหยุดการรักษาทันที ประเมินความรุนแรงของอาการ และให้การรักษาเบื้องต้นตามความเหมาะสม เช่น การให้ยาแก้แพ้ ออกซิเจน หรือยาฉุกเฉินในกรณีที่มีอาการรุนแรง รวมถึงอาจส่งต่อผู้ป่วยไปรับการรักษาในโรงพยาบาลหากมีความจำเป็น
อย่างไรก็ตาม การแพ้ยาชาที่แท้จริงพบได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับอาการข้างเคียงอื่นๆ ที่มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็น “อาการแพ้ยา”
ดังนั้น หากผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยาชาหรือเคยมีอาการผิดปกติจากการฉีดยาชา ควรแจ้งให้ทันตแพทย์ทราบทุกครั้ง เพื่อให้ทันตแพทย์ประเมินว่าเป็นการแพ้ยาชาจริงหรือเป็นเพียงอาการข้างเคียง และสามารถเลือกใช้ยาชาที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ รวมถึงวางแผนการรักษาในสถานพยาบาลที่มีความพร้อมในการดูแลกรณีฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัย.



