เมื่อวันที่ 16 มี.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า สำหรับขั้นตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กำหนดไว้ มาตรา 159 ต้องลงคะแนนโดยเปิดเผย ปัจจุบัน มี สส. ทั้งหมดจำนวน 499 คน ขณะที่ต้องได้คะแนนเสียง 250 เสียงขึ้นไป

สำหรับขั้นตอนการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 กำหนดไว้ 4 ขั้นตอน ดังนี้ 

1. แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่จะถูกเสนอชื่อมาโหวตต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีของพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 88 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคการเมืองนั้นจะต้องเป็นพรรคที่มี สส. 25 คนขึ้นไป

2. บุคคลที่ถูกเสนอชื่อต้องมี สส. รับรองอย่างน้อย 50 คน (ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร) จากจำนวน สส. ปัจจุบันมี 499 คน

3. การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องกระทำโดยการลงคะแนนโดยเปิดเผย และมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ด้วยการขานชื่อ สส. ตามลำดับอักษร และให้ออกเสียง ลงคะแนนเป็นรายคน (เห็นชอบ-ไม่เห็นชอบ-งดออกเสียง)

ซึ่งบุคคลที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา ปัจจุบันมีจำนวน สส. 499 คน จึงต้องได้คะแนนเสียงตั้งแต่ 250 เสียงขึ้นไป

4. หลังจากที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบบุคคลใดเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะเป็นผู้นำรายชื่อบุคคลดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการต่อไป

ทั้งนี้ในเวลา 14.30 น. วันที่ 16  มี.ค. นี้ ณ บริเวณโถงหน้าห้องจัดประชุมสัมมนาใหญ่ บี1 ชั้นบี1 อาคารรัฐสภา จะมีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 


จากนั้นนายโสภณ ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะได้นัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ต่อไป

มีรายงานว่า การประชุมโหวตนายกรัฐมนตรี จะเป็นวันที่ 19 มี.ค. นี้ เวลา 09.00 น.