นายนเรศ ธำรงทิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์  กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการผลผลิตลำไยคุณภาพ ครั้งที่ 1/2569  ที่ประชุมมีมติเห็นชอบมาตรการบริหารจัดการลำไย ปี 2569 จำนวน 3 มาตรการ 5 กิจกรรม ดังนี้ มาตรการที่ 1การป้องกัน ควบคุม กำกับคุณภาพและมาตรฐานสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช ประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ การจัดการข้อมูล การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวและระบบโลจิสติกส์ มาตรการที่ 2 การปรับเพิ่มผลิตภาพการผลิตเพื่อพัฒนามาตรฐาน มี 1 กิจกรรม คือ การยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรและการเพิ่มมูลค่า

มาตรการที่ 3 การเพิ่มประสิทธิภาพกลไกตลาดสินค้าผลไม้ ประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ การบริหารจัดการตลาด และช่องทางการกระจายผลผลิต รวมถึงแผนการเผชิญเหตุเมื่อผลผลิตล้นตลาด นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบ (ร่าง) โครงการฟื้นฟูสวนลำไยเพื่อยกระดับศักยภาพการผลิต ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูสวนลำไยอายุเกิน 25 ปี ที่ยังมีศักยภาพในการให้ผลผลิต และเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกลำไย  โดยได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ นำเสนอคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป  

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการบริหารจัดการและผลการเก็บเกี่ยวลำไย ปี 2568 และการคาดการณ์ผลผลิตลำไย ปี 2569  ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รายงานว่า สถานการณ์ผลผลิตลำไยทั้งประเทศมีแนวโน้มลดลง  โดยปี 2568 มีผลผลิตรวม 1,532,290 ตัน และคาดการณ์ว่าในปี 2569 จะมีผลผลิตรวม 1,483,317 ตัน ลดลงร้อยละ 3.20 เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ส่งผลให้การออกดอกไม่สม่ำเสมอ รวมถึงเกษตรกรปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่น เช่น ทุเรียน และยางพารา เนื่องจากมีราคาที่จูงใจ และดูแลรักษาง่าย

ทั้งนี้ สศก.  ได้คาดการณ์ว่าในช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2569 ผลผลิตลำไยจะออกกระจุกตัว (Peak) ซึ่งที่ประชุมได้เน้นย้ำให้  ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์ผลผลิตในแต่ละช่วงเวลาอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการผลผลิต รวมถึงด้านการตลาด และระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพและทันต่อสถานการณ์  ในส่วนของการเตรียมการด้านการส่งออกได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่รับผิดชอบยกระดับมาตรการตรวจสอบให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการ