เมื่อเวลา 16.08 น. วันที่ 18 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงภายหลังหารือร่วมกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคการประมง ว่า เมื่อเกิดวิกฤติการณ์ราคาน้ำมันดิบขึ้นสูง น้ำมันดิบที่กลั่นจากโรงกลั่นราคาสูงกว่าหน้าสถานีบริการ กลุ่มเรือประมงรับตรงนี้ไม่ได้ เพราะเขาใช้น้ำมันมากกว่าบนฝั่ง จึงทำหนังสือมายังตน ซึ่งเราจะหาทางออกให้เขา เบื้องต้นเราจะเอาน้ำมัน B 20 มาให้เขาใช้ก่อน เพราะกลุ่มเรือประมงสามารถใช้น้ำมัน B 20 ได้ทุกลำ ต้นทุนถูกกว่าน้ำมัน B 7 อยู่ 5 บาท ซึ่งในวันที่ 19 มี.ค. เวลา 13.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย จะเป็นประธานการประชุม ศบก.ที่รัฐสภา โดยมีหลายหน่วยงานเข้าร่วม และทางกลุ่มสมาคมการประมงฯ จะเข้าร่วมประชุมด้วย คาดว่า น่าจะมีทางออกให้กับหลายฝ่าย
เมื่อถามต่อว่า ที่แหลมฉบัง สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย รวมตัวรถบรรทุกปิดถนน พร้อมเรียกร้องว่า มีการนำน้ำมันสต๊อกเก่าออกมาขายในราคาแพง จะชี้แจงอย่างไร นายพิพัฒน์ กล่าวว่า น้ำมันสต๊อกเก่าที่นำมาขายในราคาปัจจุบัน ตนไม่ได้ตอบแทนโรงกลั่น หรือผู้ประกอบการ แต่ต้องทำความเข้าใจว่า การสั่งซื้อน้ำมันดิบไม่ใช่ซื้อวันนี้แล้วจะได้วันนี้ จะต้องมีการสั่งซื้อล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน เราพูดถึงแฟร์ทูแฟร์ เรามีกติกาของการค้าขาย กติกาการเทรดน้ำมัน ไม่ใช่เอาแต่ได้ ฉะนั้น ตนขอฝากผู้ประกอบการ วันที่เขารับซื้อน้ำมันถูก เขามีกำไร ณ วันนี้ แต่วันหน้าเมื่อสงครามยุติเขาขาดทุนหรือไม่ ฉะนั้นต้องให้ความยุติธรรมกับโรงกลั่น และผู้ประกอบการ พวกเราคิดบวกลบคูณหารกันได้ทุกคน
“เป็นที่รู้กันว่าผมนั้นมีสถานีบริการน้ำมัน และผมค้าขายน้ำมัน ผมก็ไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบมากลั่นเอง เพราะผมไม่มีโรงกลั่น ผมซื้อวันนี้ผมขายวันนี้ อัตราเสี่ยงผมน้อย ไม่เหมือนโรงกลั่นน้ำมันที่ซื้อวันนี้ อีก 3 เดือนถึงจะได้รับน้ำมันดิบ กลั่นแล้วราคาเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ฉะนั้น ตัวผมเองในฐานะที่เป็นผู้ค้ากับโรงกลั่น อยู่คนละสถานะ ความเสี่ยงของโรงกลั่นมีมากกว่า เพราะของผมซื้อมาขายไปวันต่อวัน ผมไม่สามารถตอบแทนโรงกลั่นได้ทั้งหมด ฝากผู้ประกอบการและผู้ใช้น้ำมัน ขอให้เข้าใจ ไม่มีใครอยากจะมากลั่นแกล้งใคร” นายพิพัฒน์ กล่าว
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า กรณีผู้ที่ขับรถเข้าไปเติมน้ำมันในปั๊ม แล้วน้ำมันในปั๊มหมด ทุกท่านก็ไปโวยวายใส่น้องๆ ที่ให้บริการ น้องๆ เขาอยากขายให้กับทุกท่าน แต่เมื่อน้ำมันหมด ท่านไปด่าน้องๆ เขาก็ไม่รู้จะทําอย่างไร ไม่รู้จะไปเอาน้ำมันที่ไหนมาขายให้ท่าน ก็ต้องเห็นใจน้องๆ ที่ให้บริการในสถานีด้วย ยังไงถ้าด่าให้มาด่าที่ตนดีกว่า ตนพร้อมจะรับฟังทุกข้อมูล ทุกคําถาม ทุกคำติชม
“ต้องถามว่า น้ำมันส่วนนี้หายไปไหน ในเมื่อบอกว่า โรงกลั่นมีน้ำมันให้ น้ำมันไม่ได้ขาด แล้วน้ำมันส่วนนี้มันล่องหนได้หรือ ฉะนั้น ต้องมีคนโกหกอย่างน้อย 1 คน ในวันที่ 19 มี.ค. เป็นสิ่งที่นายกฯ เชิญผู้ประกอบการในทุกภาคส่วนมาหารือกัน เพราะต้องการรู้ว่า ใครพูดจริง ใครพูดเท็จ ผมก็อยากทราบ เพราะก็โดนนักข่าวถามทุกวันจนเริ่มที่จะตอบไม่ถูกแล้วเหมือนกันว่า จริงๆ แล้วข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร ผมรู้อะไรมาก็บอกไปหมด” นายพิพัฒน์ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า เป็นเพราะขนส่งหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขนส่งเป็นส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้ทั้งหมด ที่สำคัญคือ ณ หน้าคลังน้ำมัน ไม่มีน้ำมันกลั่นก็แสดงว่า ฉะนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่ข้อเท็จจริงว่า โรงกลั่นก็กลั่นมาเต็มกำลังการผลิต ไม่ได้ลดการกลั่นในแต่ละวัน เมื่อกลั่นเต็มทุกวัน น้ำมันก็ต้องมีขาย ไม่มีขาดเลยสักวันเดียว เพราะวันนี้เรายังมีน้ำมันดิบพอที่จะเอามากลั่น ดังนั้น เมื่อมีน้ำมันพร้อม โรงกลั่นก็กลั่นออกมาพร้อม โรงกลั่นจ่ายน้ำมันให้กับผู้ซื้อตามปกติ ไม่มีการตัดบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แล้วพอออกจากโรงกลั่นน้ำมันไปแล้ว น้ำมันมันหายไปไหน
“ต้องถามว่า ส่วนนี้มีใครนำน้ำมันส่งออกทางเรือไปขายประเทศอื่นหรือไม่ นี่ผมตั้งคำถามหลายครั้งแล้ว และผมก็ได้ถามไปทางกรมธุรกิจพลังงานเรียบร้อยว่า คุณได้งดการส่งออกแล้วหรือยัง นี่คือ ปัจจัยหนึ่งที่ผมยังไม่สบายใจว่า สุดท้ายคุณได้ห้ามการส่งออกทางเรือแล้วหรือยัง ยืนยันรัฐบาลไม่เคยจำกัดโควตา ฉะนั้น คนที่จำกัดโควตาคือใคร คือผู้ค้าใช่หรือไม่ จากบริษัทแม่ลงไปสู่แฟรนไชส์ของตัวเอง จากโรงกลั่นไปสู่คลังน้ำมันในต่างจังหวัดใช่หรือไม่ สิ่งที่นายกฯ อยากรู้ในวันที่ 19 มี.ค. คือ ใครคือผู้ที่ซ่อนความจริงเอาไว้” นายพิพัฒน์ กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า สงสัยหรือไม่ว่า โรงกลั่นอาจจะกักน้ำมันเอาไว้ รอให้ราคาขึ้นสูงกว่านี้ ทำให้มีราคาเพิ่มขึ้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ก็ต้องถามว่า โรงกลั่นมีที่เก็บหรือไม่ กลั่นมาทุกวันมันไม่มีที่เก็บ เพราะฉะนั้น โรงกลั่นไม่มีสิทธิที่จะกักเหมือนกัน และเชื่อว่า ไม่มีใครที่สามารถกักได้ ยกเว้นคุณไม่ได้กลั่นเต็มกำลังผลิตเหมือนที่ประกาศออกมา.



