เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 69 ที่โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีมีผู้ร้องต่อ กกต. ขอให้ยุบพรรคประชาชน จากเหตุ กรณีการเก็บเลเซอร์ ไอดี ของสมาชิกพรรค โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะทำข้อมูลรั่วไหล ว่า ขณะนี้มีผู้ยื่นคำร้องรวมทั้งหมด 3 ราย และเรื่องยังอยู่ในขั้นตอนของสำนักงาน กกต. ที่กำลังดำเนินการ ก่อนส่งต่อให้คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงพิจารณาต่อไป โดยคำร้องดังกล่าวมีการรวบรวมประเด็นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีสเปกเตอร์ซี หรือเลเซอร์ ไอดี ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง

เมื่อถามย้ำถึงกรณีสเปกเตอร์ซี หากตรวจสอบแล้วพบความผิดและมีความเชื่อมโยงกัน จะเข้าข่ายความผิดในลักษณะใด นายเกรียงไกร กล่าวว่า ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องตามมาตรา 92 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่อาจนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองได้ โดยมีหลายฐานความผิด อาทิ การกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การใช้พรรคการเมืองแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ การจูงใจให้สมัครสมาชิกพรรคด้วยการออกค่าใช้จ่ายให้ รวมถึงการรับบริจาคเงินที่มีที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม คำร้องทั้งหมดถูกยื่นภายใต้มาตรา 92 และขณะนี้อยู่ในกระบวนการของคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริง ซึ่งมีหน้าที่แสวงหาข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ด้านนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า โดยปกติเมื่อมีผู้ยื่นคำร้อง มักจะยื่นในข้อหาหนักไว้ก่อน และในกรณีที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ก็มักมีการร้องขอให้สั่งยุบพรรคไว้ล่วงหน้า ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้ว อาจไม่ได้เป็นไปตามที่ร้องเสมอไป เนื่องจากทุกอย่างต้องพิจารณาตามข้อกฎหมายและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ

นายแสวง กล่าวต่อว่า ในช่วงที่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคขนาดใหญ่ มักเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคม และอาจทำให้เกิดกระแสหรือความรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาได้ แต่การพิจารณาของ กกต. จะยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก ไม่ได้ดำเนินการไปตามกระแสหรือความรู้สึกของสังคม โดยกระบวนการพิจารณาจะเริ่มจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จากนั้นจึงพิจารณาว่าเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ การยุบพรรคการเมืองจะต้องเป็นกรณีที่พรรคในฐานะองค์กรมีการกระทำความผิด ไม่ใช่เพียงการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่งภายในพรรคเท่านั้น ยืนยันว่า กกต. จะให้ความเป็นธรรมกับทุกพรรคการเมืองที่ถูกร้องเรียนอย่างเท่าเทียม และดำเนินการตามกรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด.