เมื่อวันที่ 20 มี.ค. นายฟาง เผิง เฉิง อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวจีน พร้อมนายอธิพงศ์ พลชัย ทนายความ เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูพิงคราชนิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี กรณีที่ทางนายฟาง เผิง เฉิง ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับแพทย์ที่ทำการตรวจรักษาเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลในหอผู้ป่วยและบุคคลในโรงพยาบาลมหาราชเชียงใหม่ ที่ทำการรักษาเด็กชาย ฟาง หมิง เจ๋อ อายุ 1 เดือน จนเสียชีวิต

หลังจากได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลดังกล่าว เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ฐานความผิดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ซึ่งทางพนักงานสอบสวน ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ทำการสอบสวนคดีแล้ว โดยมี พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิโณทัย ลิลิตธรรม ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์, พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี และ รศ.ดร.นพ.ขจรศักดิ์ นพคุณ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

โดย นายอธิพงศ์ พลชัย ทนายความ กล่าวว่า วันนี้ที่ผู้เสียหายเดินทางมาที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีและมาขอความกรุณาจากตำรวจว่า ผ่านมา 10 วันแล้วแต่ยังไม่มีการแจ้งความคืบหน้าใด กระทั่งวันนี้ ได้รับหนังสือแจงจาก พ.ต.ท.จิตตนัย รัตนไพบูลย์เจริญ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) ปฏิบัติราชการแทนผู้กำกับสถานีตำรวจภูพิงคราชนิเวศน์

ทั้งคดีที่แพทย์รักษาตรวจการรักษาทำให้ลูกชายของ นายฟาง เผิง เฉิง ผู้เสียหายเสียชีวิตและคดีที่ศพของเด็กชายฟาง หมิง เจ๋อ หายไป ซึ่งทางครอบครัวของนายฟาง เผิง เฉิง ก็อยากทราบผลของคดีนี้และตามหาศพลูกชายให้เจอเร็วๆ เพราะทางครอบครัวนี้เพิ่งจะมีลูกชายคนแรก แม้ว่าจะคลอดก่อนกำหนด และสุดท้ายมาเสียชีวิตลง แต่คนจีนก็ถือว่าเป็นลูกชายคนแรกของครอบครัว อย่างไรก็เป็นสมาชิกในครอบครัว ที่ต้องตามหาให้เจอ ซึ่งถือเป็นการสูญเสียคนสำคัญ และต้องดำเนินการทั้งด้านคดีที่เด็กสูญหาย และค่าเยียวยาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

พ.ต.อ.ดำเนิน กันอ่อง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า สำหรับคดีนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้ทำสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวมาโดยตลอด และขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามแพทย์ที่ทำการตรวจรักษาเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลในหอผู้ป่วยและบุคคลที่เกี่ยวข้องโรงพยาบาลมหาราชและโรงพยาบาลกรุงเทพ-เชียงใหม่ เพื่อสอบสวนปากคำประกอบสำนวนคดีการสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกเพื่อมาสอบปากคำแล้ว และได้ทำหนังสือแจ้งแพทย์ถูกแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีไปยังแพทยสภา สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการวินิจฉัย จากแพทยสภา เพื่อประกอบพิจารณาของพนักงานสอบสวน

ส่วนคดีร้องทุกข์ในฐานความผิดผู้ใดทำให้เสียหาย เคลื่อนย้ายทำลายทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือทำให้เสียหาย ทำลายซ่อนเร้นเอาไปเสียหรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สินหรือเอกสารใดๆ ที่เจ้าพนักงานได้ยึดรักษาไว้หรือสั่งไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐาน จนกว่าคดีจะถึงที่สุด และขณะนี้ได้ติดตามเจ้าหน้าที่ที่รับมอบอำนาจจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ และผู้เสียหายมาสอบปากคำแล้วและสอบสวนพยานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ยังอยู่ระหว่างรอการรวบรวมพยานหลักฐานรายงานการสืบสวน จากชุดสืบสวนเพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบสวนต่อไป  

พร้อมกันนี้ทางทนายความจะแจ้งความกับทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่เพิ่มอีกข้อหา หลังจากที่ได้มีการออกแถลงการณ์ไปก่อนหน้านี้ โดยได้นำข้อมูลของผู้ตายและผู้เสียหายออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนโดยที่ไม่ได้มีการรับอนุญาตจากทางผู้เสียหายด้วย

ด้าน รศ.ดร.นพ.ขจรศักดิ์ นพคุณ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลนครเชียงใหม่ ได้ออกแถลงการณ์ เพื่อชี้แจงกรณีร่างผู้เสียชีวิตทารกวัย 1 เดือน สูญหายจากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ร่างผู้เสียชีวิตสูญหาย ซึ่งได้สร้างความเสียใจและความไม่สบายใจอย่างยิ่งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ตลอดจนสังคมโดยรวม ทางโรงพยาบาลขอเรียนยืนยันว่า ได้ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างสูงสุด และมิได้นิ่งนอนใจ โดยภายหลังทราบเหตุได้ดำเนินการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อให้มีการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างครบถ้วน

ในขณะเดียวกัน โรงพยาบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน เพื่อดำเนินการตรวจสอบและทบทวนกระบวนการที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน โดยยึดหลักความโปร่งใส ความรอบคอบ และความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โรงพยาบาลจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และจะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถในการค้นหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเร่งรัดการดำเนินการในทุกมิติอย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ การให้ข้อมูลต่อสาธารณะจะดำเนินการตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความถูกต้องของข้อเท็จจริง และไม่ให้กระทบต่อกระบวนการสืบสวนสอบสวน ซึ่งเรื่องที่ทางผู้เสียหายแจ้งว่าทางโรงพยาบาลออกแถลงการณ์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตก่อน ในเรื่องนี้ ทางโรงพยาบาลได้ดำเนินการอย่างเปิดเผยโปร่งใส เพื่อให้เกิดความกระจ่างในด้านการดำเนินการตามขั้นตอน สุดท้ายแล้วผู้ที่จะตัดสินในผลการตรวจและเรื่องต่างๆ ก็จะเป็นแพทยสภา ทางโรงพยาบาลขอแสดงความห่วงใยต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนของข้อเท็จจริง และเพื่อทบทวนปรับปรุงกระบวนการที่เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีกในอนาคต

พร้อมกันนี้ทางโรงพยาบาลก็เตรียมจะมอบชิ้นส่วนและเนื้อเยื่อของ เด็กชายฟาง หมิง เจ๋อ จำนวน 3 ส่วน ที่ทางโรงพยาบาลได้เก็บไว้อย่างดีกลับคืนให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต ซึ่งชิ้นส่วนทั้ง 3 ส่วนนั้น เป็นส่วนที่ตัดออกมาจากร่าง 1 ส่วน และชิ้นส่วนที่นำมาทำเป็นบล็อก 1 ชิ้น ก่อนที่จะนำไปทำเป็นสไลด์ เพื่อส่องดูในการวินิจฉัยการเสียชีวิต และเนื้อเยื่อสไลด์ 1 ชิ้น โดยชิ้นส่วนที่นำมาทำเป็นสไลด์ ตรงส่วนนี้ไม่ชัดเจนว่าจะสามารถนำมาตรวจดีเอ็นเอ ได้หรือไม่เพราะมีขนาดบาง

อาจจะนำชิ้นส่วนอีกชิ้นที่เป็นบล็อก มาตัดเป็นสไลด์และนำมาเทียบกันได้ และชิ้นส่วนที่ตัดออกมาจากร่าง ขณะนี้แช่ในน้ำยาฟอร์มาลีนไว้ ทั้ง 3 ส่วนนี้ปัจจุบันทางโรงพยาบาลได้ตรวจเช็กแล้ว และเก็บไว้เป็นอย่างดี ส่วนเรื่องที่ทางครอบครัวกังวลว่าจะใช่ของ เด็กชายฟาง หมิง เจ๋อ จริงๆ หรือไม่ ส่วนนี้ต้องบอกว่า การตรวจพิสูจน์ต้องผ่านทางการตรวจ ดีเอ็นเอ อย่างเดียว และทางโรงพยาบาลก็พร้อมที่จะส่งมอบคืนให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ทันที

จุดที่มองว่า ผลการชันสูตรของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ที่ออกมาว่า ปอดเกิดปัญหาและเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต ซึ่งผลตรวจอาจจะไม่ตรงกับที่โรงพยาบาลแรก ตรงจุดนี้ การตรวจพบว่าเด็กคลอดก่อนกำหนด ซึ่งปอดเกิดภาวะเรื่องของน้ำในปอดที่น้อยอยู่แล้ว เมื่อเกิดภาวะดังกล่าวก็ทำให้ปอดเกิดการอักเสบ แล้วส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเสียชีวิต ทั้งนี้ผลการตรวจสอบและข้อเท็จจริงด้านการตรวจ ได้ส่งไปยังแพทยสภาให้ทราบแล้ว ซึ่งการจะสรุปยืนยันด้านการวินิจฉัยต่างๆ ก็ต้องเป็นหน้าที่ของแพทย์สภา เป็นผู้วินิจฉัยและให้ข้อมูล

ด้านกระบวนการติดตามหาร่าง ทางโรงพยาบาลก็แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว และอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนอยู่ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนของโรงพยาบาล แต่ทุกร่างจะมีระบบคิวอาร์โค้ดแสดงไว้ว่าศพอยู่ในแผนกไหน แล้วไปจุดไหน ซึ่งตรงนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและตามกระบวนการหาข้อเท็จจริง ดังนั้น จึงยังตอบไม่ได้ว่าระยะเวลาที่แน่ชัดว่าเรื่องนี้จะตรวจสอบเสร็จช่วงไหน แต่ทุกกระบวนการก็พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและจะประสานกับทางผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทราบความคืบหน้าเป็นระยะ รวมถึงการเผยแพร่ข่าวสารถึงสื่อมวลชนและสาธารณชนให้ทราบด้วย.