ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ประชาชนกำลังได้รับความเดือดร้อนหนักจากภาวะค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาสินค้าอาหารสดประเภทเนื้อสัตว์และไข่ไก่ที่ขยับราคาขึ้นชัดเจน ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและการผลิตทั่วโลก ซึ่งสวนทางกับจุดยืนของกระทรวงพาณิชย์ที่ยืนยันว่า ยังไม่มีสินค้าใดได้รับอนุญาตให้ขึ้นราคา และยังคงมาตรการตรึงราคาไว้

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมการค้าภายในเผยให้เห็นสัญญาณราคาไก่สดที่ปรับขึ้น โดยไก่ชำแหละ ชิ้นส่วนน่อง ที่เคยจำหน่ายช่วงต้นเดือนมี.ค.ราคา 80–85 บาทต่อกิโลกรัม ทยอยปรับขึ้นราคาตั้งแต่วันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุดมาอยู่ที่ 90–95 บาท  ส่วน สะโพกไก่ ก็พุ่งจาก 85–100 บาท ขึ้นเป็น 95–100 บาท ต่อกิโลกรัมเช่นเดียวกัน

ด้านหมูเนื้อแดง ได้ปรับตัวขึ้นรวดเร็วราคาพุ่งสูงสุดถึง กก. 165 บาท โดยหมูเนื้อแดงในตลาดสด ปรับขึ้นจากช่วงต้นเดือนมี.ค.ที่ 145–150 บาทต่อกก. ล่าสุดวันที่ 20 มี.ค.เพิ่มเป็น 150–165 บาท หรือขึ้นมากกิโลกรัม 5-15 บาท โดยราคาดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลของ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ที่ระบุว่าราคาหมูเป็นหน้าฟาร์ม  ปรับขึ้นจาก 56 บาท เป็น 62 บาทต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้นแล้ว 6 บาท สะท้อนให้เห็นว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ระดับฟาร์ม ได้ผลักภาระมาสู่ผู้บริโภคปลายทางแล้ว

ส่วนไข่ไก่ก็ปรับขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะไข่ไก่เบอร์ 3 ที่นิยมบริโภคสูงขึ้น ก็ได้ปรับขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 มี.ค.จากเดิมฟองละ 3.50–3.60 บาท เป็น 3.70–3.80 บาทต่อฟอง หรือขึ้นมาแล้วฟองละ 20 สตางค์ คิดเป็นแผงละ 6 บาท อย่างไรก็ดี ในร้านค้าปลีกรายย่อย พบว่าราคาไข่ได้ทะลุ ฟองละ 4 บาท ไปแล้ว สร้างภาระให้กับครัวเรือนที่ต้องซื้อไข่เป็นประจำทุกวัน