เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ม.ค. 69 ที่รัฐสภา นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงถึงสถานการณ์พลังงานประเทศไทย ว่า ในวันที่ 24 มี.ค. ที่ผ่านมา กมธ. ได้เรียก กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กรมการค้าภายใน สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน มาสอบถามความชัดเจนการขาดแคลนน้ำมัน กรมธุรกิจพลังงานบอกว่าวิกฤติน้ำมันขาดแคลนเป็นพฤติกรรมกักตุนของประชาชนที่ตื่นตระหนกต่อภาวะสงคราม และลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้วไม่พบการกักตุนน้ำมัน สวนทางข้อมูล กมธ. ที่พบว่า ปั๊มน้ำมันต่างๆ ถูกลดโควตาน้ำมันจำนวนมาก การที่กรมธุรกิจพลังงานบอกว่า ไม่พบการกักตุนน้ำมันนั้น เป็นการไปตรวจสอบปลายทางตามปั๊มน้ำมัน แต่ไม่ตรวจสอบโรงกลั่นที่อยู่ต้นทางว่า มีสต๊อกน้ำมัน และการจำหน่ายอย่างไร กมธ. จะทำหนังสือถึงกรมธุรกิจพลังานขอข้อมูลการจัดการน้ำมันในระบบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม กมธ. ไม่สามารถสรุปได้ว่า น้ำมันในระบายหายไปอยู่ที่ใคร บอกได้แค่ว่า ยังอยู่ในระบบ แต่หาไม่เจออยู่ที่ใคร เพราะหน่วยงานรัฐไม่ยอมเปิดเผยข้อมูล
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ล่าสุดรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 6-8 บาท จะส่งผลกระทบค่าไฟฟ้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แจ้ง กมธ. ว่า ต้นทุนราคาแอลเอ็นจีที่ใช้ผลิตไฟฟ้าในตลาดโลกพุ่งจาก 13 ดอลลาร์ เป็น 25 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู ให้เตรียมรับค่าไฟปรับขึ้นในเดือน พ.ค. นี้ ขั้นต่ำ 50-60 สตางค์ต่อหน่วย เพราะ กฟผ. รับภาระต้นทุนแอลเอ็นจี มีหนี้ 30,000 กว่าล้านบาท ต้องดูแนวทางรัฐบาลจะช่วยเหลืออย่างไร ขณะที่สินค้าอุปโภค บริโภค ที่กรมการค้าภายในระบุจะตรึงราคาสินค้า แต่คาดคงตรึงได้แค่เดือน เม.ย. นี้เท่านั้น ช่วงสงกรานต์สินค้าต่างๆ อาจขึ้นราคา ข้อเสนอแนะ กมธ. คือ ให้รัฐบาลใช้ พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ดึงกำไรส่วนเกินจากค่าการกลั่นที่สูงขึ้นจาก 2 บาท เป็น 6 บาท และกำไรจากสต๊อกน้ำมันที่ซื้อก่อนหน้านี้ที่มีราคาถูกกว่า ดึงมาเข้ากองทุนน้ำมัน รวมถึงการยกเลิกราคาอ้างอิงสิงคโปร์ที่บวกค่าขนส่ง เสมือนนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งที่ความจริงไม่มีการนำเข้า แต่กลั่นได้เองในประเทศ ทำให้เป็นภาระประชาชนปีละ 36,000 ล้านบาท
นายสุนทร พฤกษ์พิพัฒน์ สว. ในฐานะประธานอนุ กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า การขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 8 บาท เป็นการช็อกเศรษฐกิจ ทั้งที่บอกจะค่อยๆ ปรับราคา รู้สึกโกรธมาก และประชาชนก็โกรธเหมือนก่อน การขึ้นราคาแบบนี้ใครได้ประโยชน์ คนที่กักตุนน้ำมันใช่หรือไม่ ทั้งที่น้ำมันที่มีอยู่เป็นสต๊อกเก่า ราคาเก่า แต่ทำไมขึ้นราคาช็อกแบบนี้ นายกฯ ผ่านมาหลายวิกฤติ ควรมีพัฒนาการรับมือเศรษฐกิจมากกว่านี้ การอ้างยังไม่มีอำนาจเต็ม ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้นั้น ฟังไม่ขึ้น เพราะสามารถไปตรวจสอบสต๊อกน้ำมันได้ ไม่มีการห้ามตรวจสอบ การอ้างไม่มีอำนาจเต็มถือว่าแย่.



