น.ส.อริสา อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายนมทางเลือกพรีเมียม ภายใต้แบรนด์ “137 ดีกรี” และ “โฮลี่ นัทส์” เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทประสบความสำเร็จอย่างสูงมียอดขายรวมกว่า 800 ล้านบาท เติบโตขึ้นเกือบ 30% ซึ่งเป็นการเติบโตสูงกว่าภาพรวมตลาดนมทางเลือกในไทยที่มีมูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท โดยที่ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีการส่งออกไปแล้วกว่า 40 ประเทศ ใน 5 ทวีปทั่วโลก
ผนึก ‘บิวกิ้น’ เขย่าตลาด Gen Z
สำหรับไฮไลต์สำคัญในปีนี้ คือ การบุกตลาดอย่างหนักผ่านแบรนด์ “โฮลี่ นัทส์” ซึ่งวางจำหน่ายมาแล้วกว่า 5 ปี โดยล่าสุดได้ดึง “บิวกิ้น – พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล” ศิลปินและนักแสดงชื่อดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์คนแรก เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มอายุ 18-35 ปี โดยเน้นจุดขายเรื่องความจริงใจและการใส่ใจสุขภาพ
นอกจากนี้ บริษัทยังใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงสร้างสรรค์ เตรียมออก Limited Edition Packaging คอลเลกชัน Billkin ที่ออกแบบมาให้แฟนด้อมสามารถสะสมตัวอักษรบนกล่องมาเรียงเป็นคำโดนใจ เพื่อสร้างไลฟ์สไตล์ร่วมกับแบรนด์มากกว่าแค่การบริโภคสินค้า

Value for Money หัวใจหลักท้าชนนมวัว
แม้จะเป็นสินค้าพรีเมียม แต่ซิมเพิ้ล ฟู้ดส์ ได้เลือกใช้กลยุทธ์ด้านราคาเพื่อให้เข้าถึงง่าย โดยวางราคา โฮลี่ นัทส์ ขนาด 180 มล. เพียง 23 บาท และขนาดใหญ่ 99 บาท เพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดนมทั่วไปได้ทันที
“เราต้องการให้ผลิตภัณฑ์ของเราดื่มง่ายและราคาซื้อง่าย โดยเน้นคุณประโยชน์จากอัลมอนด์คุณสมบัติเทียบเท่านมวัวแต่ไม่มีคอเลสเตอรอล ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มคนแพ้แลคโตสและกลุ่ม Flexitarian ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์”
อัดฉีดงบขยายกำลังผลิตเพิ่ม
ด้านทิศทางการผลิต ปีนี้ได้ขยายกำลังการผลิตที่โรงงานนวคร จ.ปทุมธานี จากเดิม 1 ล้านกว่าลิตร เพิ่มเป็น 3.6 ล้านลิตรต่อเดือนภายในสิ้นปีนี้ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกและสงครามที่กระทบค่าขนส่ง โดยมีการบริหารจัดการวัตถุดิบล่วงหน้าถึง 6 เดือน และติดตั้งระบบ Solar System ในโรงงาน ซึ่งปัจจุบันสามารถช่วยลดค่าไฟฟ้าได้ถึง 35% สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ผยุงราคาสู้ปัญหาต้นทุน
อย่างไรก็ตาม บริษัทวางแผนจะพยุงราคาขายให้นานที่สุดเพื่อช่วยเหลือผู้บริโภค และมุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรรายบุคคล เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยคาดการณ์ว่าในปีหน้าจะยังคงรักษาอัตราการเติบโตในระดับเลขสองหลัก และครองบัลลังก์ผู้นำตลาดนมทางเลือกเบอร์ 1 ของไทยต่อไป



