เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่รัฐสภา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการทาบทามนายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเป็นคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ว่า เนื่องจาก นายวีระพงษ์เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ และเคยเป็นตัวแทนการค้าที่ช่วยประเทศไทยเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) ตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งยังทำไม่แล้วเสร็จ และยังอยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ตนเห็นถึงผลงานและความสามารถ จึงทาบทามเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน ก็ไม่เป็นไร เพราะตนเคยพูดแล้ว และอยากทำให้เห็น หากทำแล้วเกิดประโยชน์ เราก็ไม่ต้องมาเริ่มเตรียมงานกันใหม่ เมื่อทำมาแล้วก็ต่อให้จบ โดยในเดือน มิ.ย.นี้ จะมีการเจรจากับอียูเป็นรอบที่ 9 ซึ่งตนอยากให้การเจรจารอบนี้จบและสะเด็ดน้ำ เพราะเราไม่มีเวลาเริ่มใหม่

นางศุภจี กล่าวอีกว่า ตนต้องชื่นชมนายวีระพงษ์ที่ยินดีมาช่วย แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการ เนื่องจากตนยังไม่เป็นรองนายกฯ สมบูรณ์แบบ เพราะรัฐบาลเพิ่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ทั้งนี้นายวีระพงษ์ยินดี อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ แต่ในขณะนี้เราได้เริ่มทำงานกันไปแล้ว และเราก็ไม่ได้แยกว่าจะต้องเป็นคนของพรรคไหน ซึ่งพรรคไหนก็ไม่สำคัญ เป็นจังหวะที่เราต้องเร่งทำงาน เพราะประเทศเรากำลังเจอวิกฤติพร้อมนำสิ่งดีๆ มาต่อยอด

นางศุภจี กล่าวว่า นอกจากนี้ ตนยังได้ทาบทามบุคคลที่มีความสามารถอีกหลายคนมาช่วยงาน ซึ่งที่สำคัญที่สุด คือตำแหน่งนี้ไม่มีค่าตอบแทน ทุกคนที่มาช่วยตนนั้นมีความตั้งใจ ซึ่งหลายคนเป็นบุคคลที่มีคุณูปการ เป็นคนที่มีประสบการณ์ มีความสามารถ ดังนั้นตนจึงอยากชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจ เนื่องจากมีหลายคนมองว่า ตนใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งทุกคนมาช่วยตน และบุคคลที่มาเป็นที่ปรึกษาของรองนายกฯ มีความสามารถเกือบทุกด้าน ซึ่งวิกฤติในวันนี้มีหลายมิติ ทั้งการค้า ความมั่นคง ภูมิรัฐศาสตร์ ที่มีความเกี่ยวพันกันไปหมด จึงต้องมีคนที่มีความรู้จากหลากหลายมาช่วยกัน

เมื่อถามว่าในการทาบทามบุคคลมาร่วมงานใช้คอนเนคชั่นส่วนตัวของนางศุภจีใช่หรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า เป็นเรื่องของความตั้งใจที่หลายคนอยากจะเข้ามาช่วย คงไม่ใช่เพราะตน

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคณะผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจและการค้า ที่ได้รับการทาบทามเป็นคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ได้แก่ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีตรมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ เลขานุการบริษัทและกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), นายปิติ ศรีแสงนาม Executive Director, ASEAN Foundation, Jakarta, นายณัฐ เหลืองนฤมิตรชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, นายยรรยง ไทยเจริญ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย, นายอาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา

นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร บริษัท หลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน), นายภูษิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, นายอนันต์ ลาภสุขสถิต ประธานสถาบัน เค อะโกรอินโนเวท ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเกษตร เกษตรแปรรูป

รวมถึง น.ส.นงนุช เพ็ชรรัตน์ อดีตเอกอัครราชทูตประจำสาธารณรัฐออสเตรียและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี, นายชุตินทร คงศักดิ์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี และนายวีระพงษ์ ประภา อดีตผู้แทนการค้าไทย ประจำสหภาพยุโรป ซึ่งได้รับการทาบทามจากรองนายกรัฐมนตรี ให้เป็นคณะผู้แทนการค้าไทย ขณะเดียวกัน นายวีระพงษ์ยังดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วย.