สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ว่าสภาความมั่นคงแห่งชาติฟิลิปปินส์ (เอ็นเอสซี) อ้างว่า การวางยาพิษเริ่มขึ้นเมื่อปีที่แล้วบริเวณแนวสันดอนโธมัสที่สอง ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้

นายคอร์เนลิโอ วาเลนเซีย ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ของเอ็นเอสซี ระบุว่า การใช้สารไซยาไนด์ที่แนวปะการังเป็นการก่อวินาศกรรม ที่มุ่งฆ่าประชากรปลาในท้องถิ่น และทำให้เจ้าหน้าที่กองทัพเรือขาดแหล่งอาหารที่สำคัญ นอกจากนั้น ยังทำให้บุคลากรของกองทัพเรือ ต้องสัมผัสกับน้ำที่ปนเปื้อน การรับประทานปลาที่มีพิษ รวมถึงก่อให้เกิดการกัดเซาะปะการัง

รัฐบาลมะนิลาได้หยิบยกประเด็นการเทสารเคมีลงในทะเล ขึ้นมาหารือกับทางการจีนในการประชุมครั้งล่าสุด แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับอย่างเป็นทางการ

ในขณะเดียวกัน ความเสียหายของแนวปะการังจากการเทสารไซยาไนด์ อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานของซากเรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง “บีอาร์พี เซียร์รา มาเดร” ซึ่งถูกใช้เป็นที่ตั้งฐานปฏิบัติการของทหารฟิลิปปินส์

พล.ร.ต.รอย วินเซนต์ ตรินิแดด โฆษกกองทัพเรือฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ทหารฟิลิปปินส์ยึดขวดไซยาไนด์ 10 ขวด จากเรือสำปั้นที่ถูกปล่อยลงน้ำจากเรือประมงจีน ในเดือน ก.พ. ก.ค. และต.ค. 2568 และเมื่อเดือนที่แล้ว ทหารสังเกตเห็นลูกเรือสำปั้นจีนอีกกลุ่ม พยายามเทสารลงน้ำใกล้สันดอน และต่อมาก็ได้พบการปนเปื้อนสารไซยาไนด์ในบริเวณดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ไม่มีทหารบนเรือที่ตรวจพบสารพิษในร่างกาย

ทั้งนี้ สภาความมั่นคงแห่งชาติมีแผนส่งรายงานไปยังกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ ในสัปดาห์หน้า ขณะที่ได้สั่งให้กองทัพเรือ และหน่วยยามฝั่งเพิ่มการลาดตระเวน เพื่อป้องกันความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม.

เครดิตภาพ : AFP