เมื่อวันที่ 28 เม.ย.69 สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) เปิดเผยว่า วันนี้นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความชื่อดัง เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) อีกครั้ง โดยร้อง ว่า หลังจากมีการออกประกาศ กขค. เรื่องแนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform) ประเภทธุรกิจบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) หรือที่เรียกว่า “ไกด์ไลน์ Multi-sided platform (E-Commerce)” ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค. 2569 แต่ยังพบว่า แพลตฟอร์มมีพฤติกรรมบังคับเลือกบริการรับและขนส่งสินค้าเช่นเดิม

ทนายอนันต์ชัยฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2569 ได้เข้ายื่นหนังสือขอให้ กขค. ตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์ม เนื่องจากมีผู้ค้าบนแพลตฟอร์มร้องขอให้ช่วยเหลือกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเลือกใช้บริการผู้ขนส่งสินค้าบนแพลตฟอร์ม แม้ต่อมา กขค. ได้มีการออกไกด์ไลน์ Multi-sided platform (E-Commerce) ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่วันที่ 25 มี.ค.2569 แต่เมื่อใช้บริการบนแพลตฟอร์มกลับยังพบว่า แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าออนไลน์หลายแพลตฟอร์มยังคงมีพฤติกรรมบังคับเลือกบริการรับและขนส่งสินค้าเช่นเดิม ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นการบังคับให้เลือก หรือยอมรับเงื่อนไขใด ๆ โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศ กขค. ข้างต้น และอาจเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของการยื่นหนังสือร้องเรียนกล่าวโทษ เพื่อขอให้ กขค. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายโดยด่วน พร้อมเน้นย้ำว่า เมื่อไกด์ไลน์ Multi-sided platform (E-Commerce) มีผลใช้บังคับแล้ว อยากให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม และผู้ซื้อ ให้สามารถเลือก ใช้บริการขนส่งสินค้าได้ตามความสมัครใจของตน ไม่ให้เกิดการกีดกันหรือจำกัดสิทธิทั้งต่อผู้ซื้อและผู้ขาย และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบธุรกิจขนส่งสินค้า ที่จะได้โอกาสในการแข่งขันทางการค้าอย่างเท่าเทียม

น.ส.ปิยาพัชร ทับอินทร์ หัวหน้ากลุ่มบริหารงานคดี รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานคดี ระบุว่า พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ได้กำหนดลักษณะพฤติกรรมต้องห้าม หรือการกระทำความผิดของผู้ประกอบธุรกิจในมาตรา 50 54 55 57 และ 58 เพื่อมุ่งกำกับดูแลพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจ ป้องกันการผูกขาดและการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยผู้ฝ่าฝืนจะต้องรับโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับฐานความผิดนั้น ๆ โดยมีทั้งโทษอาญาและโทษทางปกครอง ซึ่งโทษทางอาญาจะมีทั้งโทษปรับ และโทษจำคุก ส่วนโทษทางปกครองจะมีเฉพาะโทษปรับทางปกครองเท่านั้น ส่วนอัตราค่าปรับทั้งอาญาและปกครองจะมีอัตราโทษปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด

ทั้งนี้เนื่องด้วยธุรกิจแพลตฟอร์มฯ ในประเทศไทยได้เติบโตอย่างรวดเร็ว กขค. จึงเล็งเห็นความสำคัญในการออกประกาศ กขค. หรือไกด์ไลน์ Multi-sided platform (E-Commerce) เพื่อกำกับดูแลการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มให้เป็นตามหลักความเป็นธรรม โดยประกาศดังกล่าวได้อธิบายลักษณะพฤติกรรมตามมาตราหลักต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมในตลาดที่เกิดขึ้นจริง เช่น การบังคับเลือกขนส่ง การบังคับเลือกบริการช่องทางการชำระเงิน การกีดกันการมองเห็นสินค้าหรือบริการของผู้ขาย โดยใช้ระบบอัลกอริทึมปิดกั้นและให้สิทธิพิเศษเอื้อประโยชน์เฉพาะตน ตลอดจนการกำหนดเงื่อนไขที่เป็นการบังคับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เป็นต้น โดยไกด์ไลน์ Multi-sided platform (E-Commerce) นี้ จะนำมาใช้ประกอบกับ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ในการพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าต่าง ๆ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักงาน กขค. ได้ติดตามและตรวจสอบพฤติกรรมของผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มมาโดยตลอด จึงอยากให้ผู้ประกอบธุรกิจระมัดระวังพฤติกรรมอันอาจฝ่าฝืนหรืออาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

ทั้งนี้ หากคู่ค้าหรือผู้ประกอบธุรกิจรายใด ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการค้า สามารถร้องเรียนต่อ กขค. ได้ที่ สำนักงาน กขค. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารซี หรืออีเมล [email protected] หรือ www.tcct.or.th หรือ โทร. 0 2199 5416 ในวันและเวลาราชการ ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดประกาศฯ หรือไกด์ไลน์ E-Commerce เพิ่มเติมได้ที่ https://www.tcct.or.th/assets/portals/1/files/Multi_sided_Platform.pdf