สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ว่า สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร และสมเด็จพระราชินีคามิลลา เสด็จพระราชดำเนินไปยังแคปิตอล ฮิลล์ ในกรุงวอชิงตัน เพื่อทรงร่วมการประชุมร่วมวาระพิเศษของสภาคองเกรส ซึ่งสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 พระราชทานพระราชดำรัส


ทั้งนี้ พระองค์ตรัสในตอนหนึ่งว่า “ไม่ว่าเราจะมีความแตกต่างหรือความเห็นที่ไม่ตรงกันอย่างไร เรายังคงยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกัน ในความมุ่งมั่นที่จะรักษาระบอบประชาธิปไตย ปกป้องประชาชนของเราทุกคนจากอันตราย และยกย่องความกล้าหาญของผู้ที่เสี่ยงชีวิตในแต่ละวันเพื่อรับใช้ประเทศของเรา”

สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร พระราชทานพระราชดำรัสต่อที่ประชุมร่วมสภาคองเกรส ที่แคปิตอล ฮิลล์ ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา


แม้สำนักพระราชวังบักกิงแฮมยืนยันว่า การพระราชทานพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ในครั้งนี้ จะไม่มีเนื้อหาพาดพิงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และจะไม่มีประเด็นการเมือง อย่างไรก็ตาม ประมุขแห่งสหราชอาณาจักร ตรัสถึงการที่ทรัมป์ใช้ถ้อยคำรุนแรงกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ทรงเน้นย้ำความจำเป็นที่สหรัฐต้องสนับสนุนยูเครนในการทำสงครามกับรัสเซียต่อไป และทรงเตือนอันตรายของ “ลัทธิโดดเดี่ยวตนเอง” พร้อมทั้งทรงเรียกร้องให้สหรัฐร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อม


นอกจากนี้ ในประเด็นที่สื่ออย่างมีนัยถึงวาระ “อเมริกาต้องมาก่อน” ของทรัมป์ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ตรัสเสริมว่า “ข้าพเจ้าขอภาวนาด้วยหัวใจทั้งหมดว่า ดินแดนของเราจะยังคงปกป้องค่านิยมร่วมกันต่อไป ร่วมกับพันธมิตรของเราในยุโรป เครือจักรภพ และทั่วโลก และขอให้เราเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องที่พยายามให้เราหันเข้าหาตัวเองมากขึ้น”


ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ทรงเป็นประมุขแห่งสหราชอาณาจักรพระองค์ที่สอง ซึ่งพระราชทานพระราชดำรัสต่อสภาคองเกรสของสหรัฐ ต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชมารดา เมื่อปี 2534.

เครดิตภาพ : AFP