สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ว่า สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร และสมเด็จพระราชินีคามิลลา เสด็จพระราชดำเนินไปยังแคปิตอล ฮิลล์ ในกรุงวอชิงตัน เพื่อทรงร่วมการประชุมร่วมวาระพิเศษของสภาคองเกรส ซึ่งสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 พระราชทานพระราชดำรัส
King Charles III enters the House chamber to address a joint meeting of Congress. pic.twitter.com/dWH4YVS0Sl
— CSPAN (@cspan) April 28, 2026
ทั้งนี้ พระองค์ตรัสในตอนหนึ่งว่า “ไม่ว่าเราจะมีความแตกต่างหรือความเห็นที่ไม่ตรงกันอย่างไร เรายังคงยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวกัน ในความมุ่งมั่นที่จะรักษาระบอบประชาธิปไตย ปกป้องประชาชนของเราทุกคนจากอันตราย และยกย่องความกล้าหาญของผู้ที่เสี่ยงชีวิตในแต่ละวันเพื่อรับใช้ประเทศของเรา”

King Charles III: "We can discern that our nations are in fact instinctively like-minded…the bond of kinship of and identity between America and the United Kingdom is priceless and eternal. It is irreplaceable and unbreakable." pic.twitter.com/O1jguKUAnz
— CSPAN (@cspan) April 28, 2026
แม้สำนักพระราชวังบักกิงแฮมยืนยันว่า การพระราชทานพระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ในครั้งนี้ จะไม่มีเนื้อหาพาดพิงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม และจะไม่มีประเด็นการเมือง อย่างไรก็ตาม ประมุขแห่งสหราชอาณาจักร ตรัสถึงการที่ทรัมป์ใช้ถ้อยคำรุนแรงกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ทรงเน้นย้ำความจำเป็นที่สหรัฐต้องสนับสนุนยูเครนในการทำสงครามกับรัสเซียต่อไป และทรงเตือนอันตรายของ “ลัทธิโดดเดี่ยวตนเอง” พร้อมทั้งทรงเรียกร้องให้สหรัฐร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อม
King Charles III: " When NATO invoked Article 5 for the first time…in the face of terror, we answered the call together, as our people have done so for more than a century… that same unyielding resolve is needed for the defense of Ukraine…" pic.twitter.com/VM5ztJta1s
— CSPAN (@cspan) April 28, 2026
นอกจากนี้ ในประเด็นที่สื่ออย่างมีนัยถึงวาระ “อเมริกาต้องมาก่อน” ของทรัมป์ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ตรัสเสริมว่า “ข้าพเจ้าขอภาวนาด้วยหัวใจทั้งหมดว่า ดินแดนของเราจะยังคงปกป้องค่านิยมร่วมกันต่อไป ร่วมกับพันธมิตรของเราในยุโรป เครือจักรภพ และทั่วโลก และขอให้เราเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องที่พยายามให้เราหันเข้าหาตัวเองมากขึ้น”
ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 ทรงเป็นประมุขแห่งสหราชอาณาจักรพระองค์ที่สอง ซึ่งพระราชทานพระราชดำรัสต่อสภาคองเกรสของสหรัฐ ต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระราชมารดา เมื่อปี 2534.
เครดิตภาพ : AFP



