รศ.ดร.ศิวเรศ อารีกิจ ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน  อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม กล่าวว่า มะพร้าวกะทิ (Makapuno) เป็นมะพร้าวพิเศษที่หายากในธรรมชาติ มีราคาสูงกว่ามะพร้าวทั่วไป 5-10 เท่า เพราะ ในธรรมชาติไม่มีต้นมะพร้าวกะทิพันธุ์แท้ คัพภะของมะพร้าวกะทิแท้ไม่งอกเอง เดิมเกษตรกรซื้อหน่อพันธุ์ไปปลูกแล้วต้องรอ 6 ปีกว่าจะออกผล จึงรู้ว่าได้มะพร้าวกะทิหรือไม่ ทำให้การปลูกเชิงพาณิชย์เป็นไปไม่ได้ ทีมวิจัย ม.เกษตรศาสตร์ร่วมกับกรมวิชาการเกษตรและไบโอเทค สวทช. ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.)ค้นพบยีนความหอม (CnAMADH2) และยีนเนื้อกะทิในมะพร้าว และพัฒนาเครื่องหมายดีเอ็นเอที่คัดเลือกได้ตั้งแต่ต้นกล้า ความแม่นยำ 100% เทคโนโลยีนี้ ลดระยะเวลาปรับปรุงพันธุ์มะพร้าวจาก 15 ปี เหลือเพียง 5 ปี ถือเป็นการก้าวกระโดดในวงการพืชยืนต้นของไทย ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียครองตลาดมะพร้าวกะทิโลก แต่ของไทยมีจุดเด่นที่คู่แข่งไม่มี คือ “กลิ่นหอม” ทำให้เป็นสินค้าพรีเมียมที่ไม่มีคู่แข่ง

การพัฒนา “มะพร้าวพันธุ์กะทิหอมไวท์คลาวด์” (Kathi Hom White Cloud) ซึ่งเป็น มะพร้าวกะทิที่มีกลิ่นหอมเอกลักษณ์เฉพาะของไทย และเป็นพันธุ์เดียวในโลก โดยใช้เทคโนโลยีเครื่องหมายดีเอ็นเอคัดเลือกได้ตั้งแต่ระยะต้นกล้า แม่นยำ 100%  แก้โจทย์สำคัญของวงการมะพร้าวไทยที่เกษตรกรเคยต้องรอนานกว่า 6 ปีจึงจะรู้ว่าต้นใดเป็นมะพร้าวกะทิจริง เปิดประตูสู่การปลูกมะพร้าวกะทิเชิงพาณิชย์ของประเทศไทย

จุดเด่นของพันธุ์ไวท์คลาวด์ เนื้อฟูฟ่อง หอมหวาน เมื่อผลแก่เต็มที่ เนื้อมะพร้าวจะฟูเต็มกะลาคล้าย “เมฆสีขาว” อันเป็นที่มาของชื่อ White Cloud พร้อมกลิ่นหอมเอกลักษณ์คล้ายใบเตย หอมเอกลักษณ์เฉพาะของไทย  กลิ่นหอมเกิดจากสาร 2-acetyl-1-pyrroline (2AP) สารหอมชนิดเดียวกับข้าวหอมมะลิและใบเตย เป็นกลิ่นที่ไม่พบในมะพร้าวกะทิของฟิลิปปินส์หรืออินโดนีเซีย ขายได้ทั้งผลอ่อนและผลแก่  ผลอ่อนขายเป็นมะพร้าวน้ำหอมพรีเมียม ผลแก่ขายเป็นมะพร้าวเนื้อกะทิ เกษตรกรเลือกตลาดได้ตามจังหวะราคา คัดพันธุ์ได้ตั้งแต่ต้นกล้า ความแม่นยำ 100%  ลดความเสี่ยงของเกษตรกร ไม่ต้องรอนานหลายปี คุณค่าโภชนาการสูง  เส้นใยอาหารสูงถึง 5.14–8.77 กรัม/100 กรัม (มากกว่ามะพร้าวธรรมดา 2-4 เท่า) ไขมันต่ำกว่ามะพร้าวธรรมดาเกือบครึ่ง และมีกรดลอริค 46% ซึ่งร่างกายเปลี่ยนเป็นโมโนลอรินช่วยต้านเชื้อจุลินทรีย์ มีสารพรีไบโอติกส์ในเนื้อ  สารกาแลคโตแมนแนนสกัดได้  5 กรัม/ผล มีคุณสมบัติเป็นพรีไบโอติกส์ที่ดี

ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกมะพร้าวรวมประมาณ 1.2 ล้านไร่ หากแบ่งพื้นที่เพียง 10% (= 120,000 ไร่) มาปลูกพันธุ์ไวท์คลาวด์ 25% และขายในราคาที่ต่ำสุดเพียง 100 บาท/ผลกะทิ จะสร้างรายได้รวมในภาคเกษตรมากกว่า 17,400 ล้านบาทต่อปี เพิ่มขึ้นจากการปลูกมะพร้าวน้ำหอมเดิมราว 13,400 ล้านบาทต่อปี ความต้องการตลาดที่รออยู่ ตลาดในประเทศ: ปี 2562 มีการบริโภคมะพร้าวกะทิ ~150,000 กก. (หรือ ~300,000 ผล) เติบโต 30% ตลาดฟิลิปปินส์ มีความต้องการ 4 ล้านกิโลกรัม/ปี แต่ผลิตได้เพียง 3-5% ของความต้องการ ตลาดดูไบและตะวันออกกลาง มีกำลังซื้อสูงมาก แต่ไทยยังส่งออกได้น้อย จุดเด่นของไวท์คลาวด์ คู่แข่งหลักอย่างฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียไม่มีสายพันธุ์ที่มีกลิ่นหอม ทำให้ไทยมีโอกาสสร้างตลาดเฉพาะ  ที่ไม่ต้องแข่งราคา

“มะพร้าวกะทิหอมไวท์คลาวด์ คือคำตอบที่เกษตรกรไทยรอคอยมานาน เป็นครั้งแรกที่เราใช้เทคโนโลยีดีเอ็นเอบอกได้ตั้งแต่ต้นกล้าว่าต้นไหนจะให้ผลกะทิ และเป็นมะพร้าวกะทิที่มีกลิ่นหอม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของไทย เราเชื่อว่าพันธุ์นี้จะเปลี่ยนภาพอุตสาหกรรมมะพร้าวไทยจากการผลิตเพื่อยังชีพ ไปสู่การผลิตเพื่อตลาดพรีเมียมระดับโลกได้อย่างแน่นอน”