เมื่อวันที่ 2 เม.ย. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง  รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียนวัดอมรินทรารามว่า จากสถานการณ์ค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูงและส่งผลกระทบต่อครัวเรือนทั่วประเทศ กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญกับการ “ลดภาระผู้ปกครอง” มาอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศให้พิจารณาปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า  ทั้งนี้จากการติดตามพบว่า แม้หลายโรงเรียนได้ตอบรับและดำเนินการอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีบางแห่งที่ยังไม่ได้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติจริง ทำให้ผู้ปกครองยังคงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย หรือจำเป็นต้องติดตามสอบถามด้วยตนเอง โดยศธ.ออกประกาศเพิ่มเติม กำหนดมาตรการสำคัญ 2 ด้าน คือ มาตรการที่ 1 ลดค่าใช้จ่ายทันที ปรับระเบียบให้สอดคล้องสถานการณ์เศรษฐกิจยกระดับจากการ “ขอความร่วมมือ” เป็น “แนวทางปฏิบัติ” ที่ทุกสถานศึกษาต้องดำเนินการ โดยเน้นลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้ปกครองและนักเรียน ได้แก่ ชุดนักเรียนอนุโลมให้นักเรียนสามารถใช้ชุดเดิมได้ แม้เลื่อนชั้นหรือย้ายสถานศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อน ความยืดหยุ่นด้านการแต่งกาย

ส่งเสริมให้สถานศึกษาพิจารณาเพิ่มวันสวมใส่ชุดพละหรือชุดสุภาพ เพื่อลดความจำเป็นในการจัดซื้อชุดใหม่ชุดลูกเสือ–เนตรนารี ไม่บังคับจัดซื้อชุดเต็มรูปแบบ โดยสามารถใช้เฉพาะผ้าผูกคอและหมวกร่วมกับชุดนักเรียนหรือชุดพละได้ กระเป๋าและรองเท้า

เปิดกว้างไม่จำกัดรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องมีตราสถานศึกษา โดยคำนึงถึงความสุภาพ ความเหมาะสม และการใช้งานจริง  การปักชื่อเครื่องแบบนักเรียน

ปรับจากการปักชื่อ–นามสกุลเต็ม เป็นการใช้อักษรย่อของสถานศึกษา เพื่อลดต้นทุน เพิ่มอายุการใช้งาน และสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

การบริหารจัดการระดับสถานศึกษา มอบอำนาจให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาออกแบบมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมตามบริบทของพื้นที่ โดยยึดประโยชน์สูงสุดของนักเรียนและผู้ปกครองมาตรการที่ 2: จัดหาอุปกรณ์การเรียน “ราคาควบคุม” เพิ่มทางเลือก ลดค่าใช้จ่ายจริง กระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการจัดหาและกระจาย หนังสือเรียน แบบเรียน เครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นในราคาควบคุม เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และมีทางเลือกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างเป็นรูปธรรม

ผมเข้มมาตรการติดตามผล เน้น ทุกโรงเรียนต้องเกิดผลจริง เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายดังกล่าวจะถูกนำไปปฏิบัติอย่างครบถ้วน กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง ผ่านกลไกสำคัญ ได้แก่การลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาโดยรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูง การรายงานผลจากหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ การเปิดช่องทางรับฟังเสียงสะท้อนจากผู้ปกครองโดยตรง

หากพบว่าสถานศึกษาใดยังไม่ดำเนินการตามนโยบาย กระทรวงศึกษาธิการจะเร่งเข้าไปหารือ แก้ไข และกำกับติดตามอย่างใกล้ชิดในทันที