จากกรณีการจับกุมตัว นาย หมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน ได้ขับรถเก๋งประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ก่อนที่ตำรวจจะเจออาวุธปืน และกระสุนอยู่ภายในรถ เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จากนั้นนำตัวไปค้นบ้านพัก ภายในซอยห้วยใหญ่ จนเจออาวุธปืนสงคราม วัตถุระเบิดชนิดแรงทำลายล้างสูง , วัตถุระเบิดแบบสังหารบุคคล และแบบขว้าง รวม 10 ลูก และวัตถุประกอบวัตถุระเบิดและน้ำมันจำนวนมาก
ต่อมาพล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ได้เดินทางมายังบริเวณบ้านจุดที่มีการพบอาวุธสงครามรวมถึงวัตถุระเบิด โดยมีการตรวจสอบในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ก่อนจะมีการกำชับฝ่ายงานสืบสวนและสอบสวน สภ.นาจอมเทียน ทำบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมดที่มีการพบภายในบ้านหลังดังกล่าว รวมถึงจะมีการประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี ( พฐ.) เข้ามาทำการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 พ.ค. พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี เปิดเผยว่า ในคดีนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีการกำชับให้สอบสวนสืบสวน ทั้งในเรื่องความมั่นคงและความปลอดภัย ทุกมิติ ส่วนในเรื่องของคดี รวมถึงอาวุธปืนและวัตถุระเบิด คล้ายระเบิดที่พบ ยังไม่ขอเปิด เนื่องจากเกรงว่าจะเสียรูปคดี ในส่วนกรณีการกักเก็บวัตถุคล้ายระเบิดจำนวนมากดังกล่าว เพื่อจะนำไปก่อเหตุร้าย ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการตรวจพบจุดเชื่อมโยง แต่อย่างไรก็ตาม สืบสวนสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงหาข้อมูลของแหล่งที่มาของวัตถุดังกล่าวทั้งหมด ส่วนกรณีพบว่าผู้ต้องหาชาวจีนป่วยเป็นโรคซึม ในส่วนนี้จะต้องเชิญนักจิตเวช เข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อสรุปว่าป่วยจริงหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอเวลาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงาน และหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป
ในส่วนเรื่องของการสืบสวนสอบสวนในคดี มีทีมสืบสวนเข้ามาร่วมทำงานหลายหน่วย ทั้งตำรวจสืบสวนภาค 2 , ตำรวจสืบสวนจังหวัดชลบุรี , หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด EOD ภ.จว.ชลบุรี , ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง , สถานทูตจีน , และหน่วยงานความมั่นคง เข้ามาร่วมทำคดีนี้ เพื่อความกระจ่างและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน
ส่วนประวัติของ นาย หมิงเฉิน ซัน อายุ 31 ปี ชาวจีน พบว่าเข้ามาเช่าบ้านหลังดังกล่าว เดือนละ 38,000 บาท โดยมาอาศัยได้ประมาณ 2 ปี ส่วนการเดินทางเข้าออกประเทศไทย พบว่าเข้ามาประเทศไทยครั้งแรก เมื่อปี 2563 โดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว จากนั้นก็เดินทางเข้าๆออกๆ ประเทศไทยบ่อยครั้ง และล่าสุด เข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2569 โดย ใช้ “วีซ่าอีกริต” คือ การขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ในกรณีที่ถือวีซ่าระยะยาว (เช่น วีซ่าทำงาน, วีซ่าแต่งงาน, วีซ่าเกษียณ) ซึ่งวีซ่ามีอายุอยู่ในประเทศไทยได้ถึง 5 ปี
ส่วนสรุปของกลางที่ยึดได้ในขณะนี้ ประกอบไปด้วย 1. อาวุธปืนสั้นยี่ห้อ กล็อก 26 จำนวน 1 กระบอก 2. ซองกระสุน กล็อก 26 จำนวน 2 อัน 3. กระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 10 นัด 4. ซองกระสุนปืน M16 จำนวน 1 ซอง 5. กระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 28 นัด 6. ซองพกในจำนวน 1 อัน ส่วนของกลางที่เจอในบ้าน 1. ปืน ปืนเล็กยาว M16 จำนวน 2 กระบอก2. ซองกระสุนปืน M16 จำนวน 9 อัน 3. กระสุนปืน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 763 นัด 4. ดินระเบิด C4 จำนวน 1 กล่อง น้ำหนัก 2,486.4 กรัม 5. ดินระเบิด C4 จำนวน 2 แท่ง น้ำหนัก 1,173 กรัม(น้ำหนักรวม 4,832.4 กรัม) 6. กับดักระเบิดสังหารบุคคล POMZ2 รัสเซีย จำนวน 4 ลูก 7.ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ BA/WA จำนวน 4 ลูก 8. ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ K75 เกาหลี จำนวน 1 ลูก9. ระเบิดสังหารบุคคลชนิดขว้าง แบบ M6/01 พม่า จำนวน 1 ลูก10. เชื้อปะทุไฟฟ้า จำนวน 7 ดอก 11. เรือนชนวนกับดักระเบิด PONZ2 จำนวน 3 เรือน12. เซฟตี้พิม PONMZ2 จำนวน 2 ชิ้น13. ชุดรีโมท ภาครับ-ส่ง จำนวน 2 อัน14. เสื้อเกราะกันกระสุน จำนวน 3 ตัว15. หน้ากากกันแก๊สพิษ จำนวน 2 อัน 16. ไส้กรอง หน้ากากกันแก๊สพิษ จำนวน 6 อัน 17. น้ำเบนซิน ถังละ 20 ลิตร จำนวน 4 ถัง
รถชาวจีนคว่ำโป๊ะแตก! เจอคลังอาวุธสงคราม-ระเบิด C4 ซุกบ้านพัก อ้างเตรียมไว้ฆ่าตัวตาย
นอกจากนี้ยังว่า นาย หมิงเฉิน ซัน มีพาสปอร์ตทั้งประเทศจีน และ ประเทศกัมพูชา รวมถึง มีบัตรประจำตัวไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) อีกทั้งยังมีว่า นายหมิงเฉิน ซัน มีชื่อเป็นผู้ผักอาศัย อยู่ในทะเบียนบ้านเลข 49/458 ชอยหทัยราษฎร์ 37 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร แถมยังมีเลขประจำตัวประชาชน ระบุเลข 6-1046-00003-42-8 โดยย้ายบ้านเลขที่ มาจาก บ้านเลขที่ 10/8 หมู่ที่ 9 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อ 14 พ.ย. 2566 ซึ่งตำรวจอยู่ในระหว่างข้อเท็จจริงในเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับคนในหมู่บ้าน ไม่ขอเปิดเผยนาม ให้ข้อมูลว่า ปกติชาวจีนรายนี้เป็นคนอัธยาศัยดี เจอใครก็ชอบทักทายและพูดจาเป็นกันเองกัน แต่พอมารู้ว่ามีการกักเก็บวัตถุอันตราย ก็คือระเบิดซีโฟร์ ยอมรับว่าตกใจมาก หากระเบิดทำงาน คนในหมู่บ้านคงได้รับความเดือดร้อนกันหมด และหวั่นเข้ามาก่อวินาศกรรม.



