เมื่อเวลา 14.20 น. วันที่ 9 พ.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ สภ.นาจอมเทียน จังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ โดยพบผู้ขับรถเป็นชายชาวจีน และภายในรถตรวจพบอาวุธสงครามจำนวนมาก ได้รับรายงานแล้วหรือไม่ว่าเป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งข้อความมาตั้งแต่เกิดเหตุ ซึ่งตนก็ได้เน้นย้ำไปว่า ขอให้ดำเนินการขยายผลให้ได้รับทราบถึงต้นเหตุของการกระทำเช่นนี้ให้ลึกที่สุด และให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดเข้มข้น ต้องไปหาต้นตอของปัญหานี้ให้ได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำให้ตั้งข้อสงสัยได้ว่าเหตุใดชาวต่างชาติจึงสามารถครอบครองอาวุธจำนวนมากได้
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนย้ำว่า ไม่มีการอนุญาตให้พกพาปืน หากใครพกปืน และไม่ใช่เจ้าหน้าที่ก็ผิดกฎหมายทั้งหมด ขอให้ระวัง ถูกจับขึ้นมาจะมีข้อหาอื่นๆ ตามมาอีกจำนวนมาก เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ก็ยืนยันได้ว่าใครที่พยายามมาบอกตนว่าให้ผ่อนปรนการออกใบอนุญาตพกปืน เพราะขนาดห้ามยังทำอุกอาจขนาดนี้ และหากเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับบุคคลใด หรือกลุ่มคนใดๆ ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เราก็จะดำเนินการอย่างเต็มที่
เมื่อถามต่อว่า แต่อาวุธจำนวนมากในรถเป็นอาวุธสงคราม รวมไปถึงในการตรวจสอบโทรศัพท์ของชายชาวจีนรายดังกล่าว พบว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่ม BHQ ของกัมพูชา นายอนุทิน กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการอย่างเฉียบขาด ซึ่งต้องดูเป็นเรื่องๆ ไป เพราะจะมีผลไปถึงเรื่องฟรีวีซ่า แต่ ณ ตอนนี้ขอให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และความมั่นคง ได้ดำเนินการสอบสวนให้ได้รายละเอียดได้มากที่สุดก่อน
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเสร็จสิ้น ได้หันมาพูดแซวกับสื่อมวลชนว่า “ดูสิเอาขึ้นมาข้างหลังตั้ง 3 ท่าน ไม่ถามพี่เอี่ยว (พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสนาธิการทหารบกเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 26 ของ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม) บ้างล่ะ ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่า ตั้ง พล.อ.ณัฐพงษ์ เป็นเลขานุการคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ได้หันไปชี้ที่ พล.อ.ณัฐพงษ์ ก่อนกล่าวต่อว่า ถ้ามีการเจรจา คนนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวัง.



