สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ว่า มาตรการคว่ำบาตรชุดนี้ ซึ่งพุ่งเป้าไปที่ผู้ตั้งถิ่นฐาน 3 คน และองค์กรผู้ตั้งถิ่นฐาน 4 แห่ง ถูกขัดขวางมานานหลายเดือนโดยรัฐบาลฮังการีชุดก่อน ซึ่งพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนที่แล้ว

ทั้งนี้ รัฐบาลของประเทศในยุโรป แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของรายงานเกี่ยวกับความรุนแรงของผู้ตั้งถิ่นฐาน ต่อชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์

ด้านนางคาจา คัลลัส ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของอียู ระบุบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า มันถึงเวลาแล้วที่อียูจะออกจากทางตันและเริ่มดำเนินการ พร้อมกับเสริมว่า ลัทธิสุดโต่งและความรุนแรงย่อมมีผลตามมา

อย่างไรก็ตาม นายกีเดียน ซาร์ รมว.การต่างประเทศอิสราเอล กล่าวว่า อียูเลือกที่จะคว่ำบาตรพลเมืองและหน่วยงานของอิสราเอลโดยพลการ และมีแรงจูงใจทางการเมือง เพียงเพราะความคิดเห็นทางการเมืองของพวกเขา โดยไม่มีพื้นฐานความจริงใด ๆ

“สิ่งที่น่าตกใจไม่แพ้กันคือ การเปรียบเทียบที่ไม่อาจยอมรับได้ ซึ่งอียูเลือกที่จะทำระหว่างพลเมืองชาวอิสราเอลกับผู้ก่อการร้ายกลุ่มฮามาส ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบทางศีลธรรมที่บิดเบือนอย่างสิ้นเชิง” ซาร์ กล่าวเพิ่มเติม

ขณะที่ นายบาเซม นาอิม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกลุ่มฮามาส ก็วิพากษ์วิจารณ์ความเคลื่อนไหวของรัฐมนตรีอียู ต่อกลุ่มฮามาสเช่นกัน โดยกล่าวว่า อียูยืนกรานในสิ่งที่เขาเรียกว่าเป็นความหน้าซื่อใจคดทางการเมือง และการเหยียดเชื้อชาติ.

เครดิตภาพ : REUTERS