เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน การให้ความเห็นชอบให้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. ที่รัฐสภามิได้ให้ความเห็นชอบ และยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ตามมาตรา 147 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) อภิปรายว่า การที่รัฐบาลไม่ยืนยันร่างแก้ไข ม.256 เพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฟังเหตุผลที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย และแกนนำพรรคภูมิใจไทยแล้วฟังไม่ขึ้น จนล่าสุดนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี บอกว่าจะขยับเรื่องดังกล่าวในวันที่ 19 พ.ค. นี้ จะจับตาว่าจะมีเนื้อหาที่กินรวบหรือไม่ รัฐบาลไม่จริงใจต่อการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะนายกฯ รัฐบาล เครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ ที่ทำให้เกิดระบอบตั๋วสีน้ำเงิน และเป็นปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบัน

“เป็นเพราะนายกรัฐมนตรีได้ประโยชน์จากกติกาให้ที่มาของ สว. ไม่ได้มาจากประชาชน ทำให้มีการฮั้ว สว. ได้ประโยชน์จาก กกต. ที่ต่อให้จัดเลือกตั้งแย่แต่ยังอยู่ได้ ได้ประโยชน์จาก ป.ป.ช. ที่ต่อให้นายกฯ มีคดีก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมี ป.ป.ช. ปกป้อง รวมถึงกรณีที่ ครม. ปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมตกไป ผมเห็นว่าหากรัฐบาลไม่สามารถพิสูจน์ให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย พร้อมทำตามคำสั่งประชาชน ทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ประชาชนอดสงสัยไม่ได้ว่า รัฐบาลไม่ฟังคำสั่งประชาชน แล้วรัฐบาลฟังคำสั่งใคร”  นายพริษฐ์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) อภิปรายว่า รัฐบาลไม่ยืนยันร่างกฎหมายการประกอบเครดิต หรือ เครดิตบูโร ซึ่งตนทำร่วมกับประชาชน ทั้งนี้ทุกรัฐบาลเข้ามาพยายามแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ แต่ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ที่มีหนี้ครัวเรือนมากที่สุด เพราะมีหนี้นอกระบบสูง เพราะระบบเครดิตบูโรล้าหลังที่เกิดในยุคไอเอ็มเอฟ การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของประเทศไทยล้มเหลว เพราะเข้าระบบไม่ได้ คนติดเครดิตบูโร มีทั้งหมด 5 ล้านคน และ 90% ของคนติดเครดิตบูโร อายุ 22-60 ปี แปลว่าคนทำงานไม่มีสิทธิเข้าถึงสินเชื่อ ทั้งนี้ประวัติการติดเครดิตบูโร แสดงเป็นประวัติ 3 ปี แม้จ่ายหนี้หมดแล้ว แต่การแก้ปัญหาของต่างประเทศใช้ระบบคะแนน

“กฎหมายภาคประชาชนเป็นเรื่องสำคัญ ผมคิดว่าบางทีรัฐบาลจะฟังราชการประจำจนลืมกฎหมายภาคประชาชน ซึ่งกฎหมายเครดิตบูโรหากผ่าน ประชาชนคนไทยจะหลุดพ้นจากหนี้ได้ ผมเสนอกลับเข้าสภาไปแล้ว หวังว่าประธานสภาจะเร่งเข้าสู่วาระที่หนึ่งได้” นายอรรถวิชช์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า มีกฎหมายภาคประชาชนอีกฉบับที่ตนคาใจ คือร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. … (PRTR) ฉบับดังกล่าว เกลาในห้อง กมธ. อย่างดี ทั้งนี้ตนขอให้รัฐบาลเชื่อในพลังของประชาชนที่เสนอกฎหมาย เขาคิดรอบคอบ สภาช่วยเกลาอย่างดีให้มั่นใจ ไม่ใช่ให้ผ่านเฉพาะกฎหมายราชการเท่านั้น ทั้งนี้ร่างกฎหมายของภาคประชาชนสำคัญเพราะเข้าใจปัญหาสังคมที่แท้จริง