สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ว่า ตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ 4,000 นาย รวมถึงกำลังเสริมจากนอกเมืองหลวง และให้คำมั่นว่าจะใช้อำนาจอย่างเต็มที่เท่าที่จะเป็นไปได้ ในสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็น ปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

CBC News

เมื่อเวลา 18.30 น. ของวันเสาร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นของสหราชอาณาจักร หลังจากการเดินขบวนของทั้งสองกลุ่มสิ้นสุดลง ตำรวจกล่าวว่า พวกเขาจับกุมผู้ประท้วง 43 คนในข้อหาต่าง ๆ แต่การประท้วงโดยส่วนใหญ่ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น โดยก่อนหน้านี้ ทางตำรวจคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมการชุมนุมอย่างน้อย 80,000 คน

ด้านเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวหาว่า ผู้จัดการเดินขบวนประท้วง “ยูไนต์ เดอะ คิงดอม” ปลุกปั่นความเกลียดชังและความแตกแยก “อย่างโจ่งแจ้ง”

ทั้งนี้ การประท้วงกลุ่มหนึ่งมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการอพยพเข้าเมืองมากเกินไป โดยผู้สนับสนุนนายทอมมี โรบินสัน นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวาจัด รวมตัวใจกลางกรุงลอนดอน โบกธงชาติอังกฤษและธงชาติสหราชอาณาจักรเป็นหลัก

ขณะเดียวกัน ผู้ประท้วงอีกกลุ่มในบริเวณใกล้เคียง ถือธงชาติปาเลสไตน์และป้ายที่เรียกร้องให้ยุติความขัดแย้งในฉนวนกาซา เดินขบวนเพื่อรำลึกถึง “วันนักบา” หรือ “วันแห่งหายนะ” ซึ่งเป็นวันครบรอบการสูญเสียดินแดนของชาวปาเลสไตน์ในสงครามปี 2491 ในช่วงการสถาปนาอิสราเอล

แม้ผู้ประท้วง 2 กลุ่มมีมุมมองที่แตกต่างกัน แต่ตำรวจนครบาลกรุงลอนดอน กล่าวว่า การเดินขบวนประท้วงมักนำไปสู่การจับกุมในข้อหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งมีแรงจูงใจมาจากการเหยียดเชื้อชาติและศาสนา.

เครดิตภาพ : REUTERS