เมื่อเวลา 16.53 น. วันที่ 18 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการนำข้อเสนอของ 38 เจ้าสัวที่ได้หารือร่วมกับรัฐบาลเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา จะเข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อผลักดันเป็นนโยบายต่อไปหรือไม่ ว่า ตนได้จดบันทึกไว้ในแนวทางของตน และจะสรุปประมวลให้ ครม. ฟัง
เมื่อถามว่าข้อเสนอของกลุ่มเจ้าสัวจะผลักดันในรูปแบบใดนั้น นายกฯ กล่าวเพียงว่า มีทุกรูปแบบ
เมื่อถามถึงการที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 1 ปี 2569 ขยายตัวขึ้น 2.8% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จะเป็นโอกาสที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปอย่างไรนั้น นายกฯ กล่าวว่า เห็นถึงรากฐานที่ประเทศไทยมีความมั่นคงแข็งแกร่ง ขอบคุณพี่น้องชาวไทยที่ร่วมมือกันทั้งที่สถานการณ์เศรษฐกิจของโลกไม่เป็นใจ เรายังช่วยกันร่วมมือค้ำยัน ผลักดันให้มีการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลหวังว่าหากต้องการให้มีความมั่นคงเพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน โดยจะใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เพื่อทำให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้
“มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่าการที่เราออกพระราชกำหนด เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกประการ สิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สำหรับรัฐบาล ความเดือดร้อนของประชาชนไม่ว่าจากมูลเหตุใดก็ตาม ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดำเนินการช่วยเหลือ เรามีกระบวนการชี้แจงต่อศาลอยู่แล้ว นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่”
นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันด้วยว่า รัฐบาลออก พ.ร.ก. มาแล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ทุกอย่างจึงเป็นการดำเนินการตามขั้นตอน และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญระเบียบกฎหมายกำหนด โครงการไทยช่วยไทยจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 19 พ.ค. ตามกำหนด ส่วนรายละเอียดให้ไปถามรัฐมนตรีที่รับผิดชอบแต่ละด้าน สำหรับพรรคฝ่ายค้านอาจจะคิดว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่สำหรับรัฐบาล ความทุกข์ร้อนของประชาชนทุกเรื่องคือเรื่องเร่งด่วน และมีความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด “เรามองไม่เหมือนกัน ปล่อยให้รัฐบาลได้ทำงานช่วยเหลือประชาชนไปก่อน”
เมื่อถามว่า จะมีผลกระทบกับผู้ให้กู้ที่อาจจะมีความลังเลหรือไม่ นายกฯ ตอบทันทีว่า “ตอนนี้มีแต่แย่งกันให้กู้ ขอโทษที”



