เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงว่า พรรค ปชน. จะยื่นร่างกฎหมายที่ค้างมาจากสภาชุดที่แล้ว ที่ ครม. ไม่มีมติยืนยัน กลับเข้าสู่สภาอีกครั้ง ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ (PRTR) ร่าง พ.ร.บ.โรงงาน ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีทวงคืนผืนป่า ร่าง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร และร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพิ่มเติมหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตกลงไป ซึ่งเราเห็นว่าร่างดังกล่าวควรจะได้ไปต่อ
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า และในคำชี้แจงของรัฐบาลยังไม่สมเหตุสมผล พวกเราจึงมาแถลงยืนยันเจตนารมณ์ที่จะยื่นร่างดังกล่าวกลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้ง บางร่างอาจปรับปรุงเนื้อหาเล็กน้อย ทั้ง 6 ร่าง ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจสังคมการเมือง หวังว่าในการประชุมสภาสัปดาห์หน้าที่จะมีการประชุม 3 วัน จะมีวันสำหรับการพิจารณากฎหมายของ สส. โดยเฉพาะ ไม่ใช่แค่ของ ครม. ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ที่ทางประธานสภา เคยให้ไว้ก่อนที่จะได้รับเลือกเป็นประธานสภา
เมื่อถามถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค ปชน. นายพริษฐ์ ยืนยันว่า ต้องมีการเปิดคูหา คือเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกผู้ร่าง เนื่องจากเรามองคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่าขัดต่อพื้นฐานหลักการประชาธิปไตย และขัดคําวินิจฉัยฉบับก่อนของศาลรัฐธรรมนูญเองด้วยซ้ำ ในการระบุไม่ให้รัฐสภาเลือกผู้ร่างโดยตรง
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า การมีคูหาจะเป็นกลไกที่ทําให้เนื้อหาของรัฐรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด และเชื่อว่าจะสามารถออกแบบวิธีการบรรจุการพิจารณาวาระหนึ่งของรัฐสภาได้ ส่วนรายละเอียดนั้น จะมีการยื่นไม่เกินสัปดาห์หน้า ส่วนเงื่อนไขของ สว. นั้น เราไม่มีแนวคิดในการไปเพิ่มอํานาจให้กับ สว. แต่เราปฏิบัติกับ สส. และ สว. เท่าเทียมกัน คราวที่แล้วเรากําหนดแค่กึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา ตัวร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญน่าจะเสร็จสมบูรณ์ และพร้อมยื่นไม่เกินสัปดาห์หน้า เรื่องกรอบเวลาเป็นขั้นตอนของสภา ที่ต้องมีการนัดประชุม ผ่านการกรรมาธิการ วาระสอง วาระสาม
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจาก สว. ในวาระหนึ่ง นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องไปดูในการพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งหากยังจํากันได้ เนื้อหาร่างพรรคประชาชนปลายปี 2568 วาระที่หนึ่งนั้น ก็มีความสอดคล้องกับหลักการที่เราพูดไว้ และไม่เห็นเหตุผลอันใดที่ สว. จะลงมติแตกต่างจากคราวก่อน.



