เมื่อวันที่ 22 พ.ค. นายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส กล่าวถึงการเดินทางเยือนกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศสของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ว่า โดยในวันนี้ จะได้พบกับ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency: IEA) โดยจะมีการพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน โดยเฉพาะปัญหาด้านพลังงานที่ปรับตัวสูง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับทุกคน
ไทยพร้อมที่เข้าไปมีบทบาทในประชาคมโลก จึงต้องการแลกเปลี่ยนกับ IEA ว่า เขามองอย่างไรกับภาวะที่ช่องแคบฮอร์มุซ และมองว่าจะมีทางลงหรือไม่ ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเรื่องการลดค่าพลังงาน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายส่วน สิ่งแรกที่ต่างชาติจะมาดูก่อนการลงทุน นอกเหนือจากกฎระเบียบยังมีเรื่องของค่าพลังงาน และนายกฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
จากการเยือนประเทศไทย ของนายคอลิด อะห์มัด อัลอะนานี อะลี อิซ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย เป็นผลดีเนื่องจากได้เรียนรู้ถึงพหุวัฒนธรรมของไทย ความเปิดกว้าง และในโอกาสที่จะได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง ประเทศไทยจะแสดงตัวว่าไทยเป็นที่ตั้งขององค์การระหว่างประเทศในภูมิภาคหลายองค์การ ยูเนสโก สนใจที่จะพิจารณาดูว่าประเทศไทยเป็นที่ตั้งสำนักงานในภูมิภาคที่กรุงเทพฯ หรือไม่
นอกจากนี้นายนิกรเดช กล่าวถึงการเดินหน้าของไทยในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ว่า การพัฒนามาตรฐาน จะสามารถทำให้ไทยเจรจาการค้าอียูได้สำเร็จและง่ายขึ้น สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพยายามเร่งการเข้าเป็นสมาชิก OECD จึงเป็นเรื่องที่ดีและเขาก็ตื่นเต้นเพราะถ้าทำได้จะเป็นประเทศแรกที่ทำได้ในกรอบเวลา พร้อมมองว่า OECD พยายามให้บทบาทไทย ในการเข้าร่วมสัมมนาหรือเข้าไปเรียนรู้มาตรฐานต่างๆ ขอย้ำว่า มันหมดอายุไปแล้วที่ไทยจะนั่งฟังคนดีเบตกำหนดมาตรฐาน
เมื่อถามว่า การที่นายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) จะเป็นการช่วยให้ไปถึงเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ว่าจะเข้าเป็นสมาชิกในปี 2571 ใช่หรือไม่ นายนิกรเดช กล่าวว่า OECD เป็นกรอบมาตรฐานที่กว้างมาก ตั้งแต่เรื่องเล็ก การต่อเรือไปจนถึงเรื่องนโยบายการค้า ซึ่งมีสมาชิกประเทศสำคัญอย่างสหรัฐด้วย การที่นายกรัฐมนตรีนั้นเป็นประธานในคณะกรรมการนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าเรามีความจริงจัง
“และที่นายกฯ นั่งเป็นประธาน น่าจะต้องบูรณาการหลายกระทรวงและหลายหน่วยงาน ซึ่งการพัฒนาของไทยในกระบวนการเข้าไปเป็นสมาชิก OECD มีความเร่งด่วน ความละเอียด และความยาก ขณะเดียวกัน OECD ก็ต้องการขยายรับสมาชิกที่น่าสนใจ ดังนั้นไทยต้องทำตัวให้น่าสนใจด้วยการเข้าไปเรียนรู้ และมองว่าไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีบทบาทสูงในอาเซียน เชื่อว่าไทยจะเป็นประเทศแรก ในอาเซียนทีได้เป็นสมาชิก”
นายนิกรเดช กล่าวว่า นายกฯ จะได้พบปะกับชุมชนไทย ผู้ประกอบการธุรกิจไทยในฝรั่งเศส ในวันที่ 23 พ.ค. คนไทยในฝรั่งเศสมีประมาณ 25,000 คน 70% เป็นคนไทยที่แต่งงานมีครอบครัวอยู่ที่นี่ 25% เป็นกลุ่มคนที่ทำธุรกิจ และ 5% เป็นนักเรียนนักศึกษา ซึ่งคนไทยที่นี่ได้รับการดูแลจากรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นประเทศที่เคารพเรื่องสิทธิมนุษยชน และคนไทยเป็นประเทศที่ฝรั่งเศสอยากจะรู้จักและสนิทด้วยเพราะมีมุมมองที่ดีกับคนไทย
กลุ่มนักเรียนไทยในฝรั่งเศส ส่วนใหญ่มาเรียนทำอาหาร เรียนเรื่องเทคโนโลยีนิวเคลียร์ เรียนเรื่องยานอวกาศ เรียนเรื่องยานพาหนะที่ไร้คนขับ และมีการเรียนด้านการจัดการสินค้าพรีเมียม โรงเรียนทหาร เป็นต้น
นอกจากนี้นายกฯ จะมารับฟังนักลงทุนไทยในฝรั่งเศสด้วยว่า มีความต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนในด้านใดบ้าง เพื่อจะใช้โอกาสในการได้พบกับนายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส หารือถึงเรื่องนี้ ว่าไทยต้องการเป็นพาร์ทเนอร์กับฝรั่งเศส ซึ่งผู้ประกอบการไทยในฝรั่งเศสจะเป็นตัวชี้วัดที่ดี เราไม่เคยบิดพลิ้วเรื่องข้อสัญญาทางการค้า
ฝรั่งเศสมีสินค้าพรีเมียมแบรนด์เนม (Luxury goods) ผู้ที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้คือคนชนชั้นกลางอยู่ในตลาดเอเชีย ซึ่งเราต้องบอกว่าอยากให้ฝรั่งเศสใช้ไทยเป็นฐานในการกระจายสินค้ามูลค่าสูงเหล่านี้ และประเทศไทยมีศักยภาพในการกระจายสินค้าแบรนด์เนมเหล่านี้



